10 ที่เที่ยวยะลา ดีที่สุด ที่คุณไม่ควรพลาด

จังหวัดยะลา เป็นเมืองที่มีความเจริญที่สุด หนึ่งในดินแดน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเป็นเมืองที่ได้ชื่อว่า มีผังเมืองที่สุดยอด สวยที่สุด ดูดีที่สุด ในเมืองไทย เลยล่ะคะ  หลายคนอาจจะมองว่าจังหวัดนี้ ยังมีสถานการณ์ที่ไม่สงบ แต่จริงๆแล้ว จังหวัดยะลา เป็นจังหวัดที่มีความสวยงาม มีสถานที่ท่องเที่ยว หลากหลาย ครบทุกสไตล์ สำหรับทริปนี้ เราก็ได้รวบรวม 10 ที่เที่ยวยะลา ดีที่สุด ที่คุณไม่ควรพลาด รับรองว่าใครได้มาเยือนที่นี่แล้วล่ะก็ จะต้องติดใจ และอยากที่จะกลับมา ที่นี่อย่างแน่นอน อยากรู้ใช่ไหมล่ะค่ะ จะมีที่ไหนบ้าง ก็ตามมาดูกันเลยคะ

มัสยิดกลาง

มัสยิดใหญ่ทรงฝรั่งเศส ที่เก่าแก่ สวยงาม ประจำจังหวัดยะลา ถูกสร้างตั้งแต่สมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 และยังเป็นมัสยิดแห่งเดียวในประเทศไทย ที่ซุ้มประตูเป็นแบบเปอร์เซีย อีกด้วยค่ะ ซึ่งทุกเช้าวันอาทิตย์ ชาวไทยมุสลิม ก็จะพากันเข้ามาประกอบศาสนกิจ และเรียนรู้เกี่ยวกับบทบัญญัติต่างๆ ที่มุสลิมควรพึงปฏิบัติกัน เป็นจำนวนมาก แถมยังมีตลาดนัด ที่ขายสินค้ามากมาย ทั้งอาหารพื้นเมืองและอาหารที่หลากหลาย ให้เราได้เดินช้อปกันจนเพลิน เลยล่ะค่ะ และทุกๆ ปีที่นี่ ก็จะมีเทศกาลอีดิลฟิตรี ซึ่งชาวมุสลิมกว่า 5 พันคน จะมาร่วมละหมาด เพื่อขอพรจากพระผู้เป็นเจ้า ซึ่งเป็นการฉลองวันขึ้นปีใหม่ของชาวมุสลิมนั่นเองค่ะ

อุโมงค์ปิยะมิตร

 สถานที่หลบซ่อนตัวในอดีต ของกลุ่มคอมมิวนิสต์ กลางป่าดงดิบ ในอำเภอเบตง เป็นอุโมงค์ขนาดใหญ่ ที่มีระยะทาง ยาว 1 กิโลเมตร สามารถจุคนได้ เกือบ 200 คนเลยล่ะค่ะ มีทางเข้าออก เชื่อมกัน 9 ทาง  ปัจจุบันเหลือ 6 ทาง ภายใน มีห้องประชุม ห้องนอน ห้องครัว หลุมหลบภัย ที่เก็บสะเบียง ศูนย์วิทยุ ข้าวของเครื่องใช้ อุปกรณ์ต่างๆ ที่ยังเก็บรักษาไว้อย่างดี  ส่วนอากาศภายในไม่อึดอัด เย็นสบาย ให้เราสามารถเดินชมได้อย่างชิลๆค่ะ นอกจากนี้บรรยากาศภายนอก ก็มีลำธารใสๆ ไหลผ่านภูเขา สวยงามร่มรื่น  ด้วยธรรมชาติ ของป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ และยังมีห้องพัก ห้องประชุมสัมมนา มีสวนดอกไม้เมืองหนาว และร้านค้าจำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน ไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว อีกด้วย

 อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์

อุโมงค์รถยนต์ลอดภูเขา แห่งแรกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ก่อสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ด้วยระยะทางเกือบ ๓๐๐ เมตร ซึ่งเราสามารถเดินลอดอุโมงค์ เข้าไปชมความสวยงาม ภายในอุโมงค์ โดยเฉพาะเวลากลางคืน จะประดับไฟ แสง สี สวยงามมากค่ะ และเมื่อเราเดินทะลุอุโมงค์ออกมา ก็จะเจอกับป้ายใต้สุดแดนสยาม และด้านซ้ายมือจะเป็นรูปปั้นไก่เบตง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำเมือง เบตงแห่งนี้ ให้เราได้เก็บภาพประทับใจ ที่ได้มาเยือน ดินแดนใต้สุดแดนสยามกันค่ะ และที่นี่ เค้าก็จะ มีการตกแต่งตามเทศกาล และบางครั้งอาจจะมีการนำผลงานต่างๆมากมาย มาจัดแสดงให้นักท่องเที่ยวได้ชม ซึ่งเป็นการเดินเที่ยวชม แบบเดินไป ถ่ายรูปไป ที่ฟินสุดๆ เลยล่ะคะ

ตู้ไปรษณีย์ใหญ่ที่สุดในโลก

แลนด์มาร์คใจกลางเมืองเบตง ตู้ไปรษณีย์คอนกรีตเสริมเหล็ก ที่ใหญ่ที่สุดในโลก  ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นสัญลักษณ์ ของการติดต่อสื่อสาร ของชาวเบตง โดยได้ติดตั้งวิทยุกระจายเสียงไว้ ในส่วนบนของตู้ พร้อมกับบริการรับจดหมายเหมือนตู้ไปรษณีย์ทั่วๆไป ซึ่งปัจจุบันได้จำลองตู้ไปรษณีย์ขนาดใหญ่ กว่าเดิมเพิ่มขึ้นอีก 3.5 เท่า ในบริเวณสวนมหาดไทย  ศาลาประชาคม ทำให้ที่เบตงแห่งนี้มีตู้ไปรษณีย์ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก อยู่ถึงสองตู้ด้วยกันค่ะ ซึ่งใครที่มาถึงเบตงแล้วล่ะก็ จะต้องมาถ่ายรูปคู่กับตู้ไปรษณีย์แห่งนี้ เพื่อยืนยันว่า เรามาถึงเบตง แล้วนั่นเอง

บ่อน้ำร้อนเบตง

มาท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กันบ้างค่ะ ที่นี่ เป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติขนาดใหญ่ ที่มีแร่ธาตุต่างๆมากมาย ท่ามกลางทิวทัศน์สวยงาม ซึ่งเราสามารถ ลวกไข่ให้สุก ในเวลา 10 นาทีได้เลยค่ะ หรือใครที่ต้องการอาบน้ำร้อน จะแช่แบบทั้งตัว หรือแช่เท้า ที่นี่เค้าก็มีสระน้ำขนาดใหญ่ ไว้บริการกันแบบฟรีๆ และยังมีบริการห้องอาบน้ำ ห้องแช่น้ำแร่ และห้องสปา ไว้บริการแบบส่วนตัว ในราคากันเอง อีกด้วยค่ะ หรือจะนอนบังกะโล พักรีสร์อท เค้าก็มีบริการแบบครบครัน ขากลับอย่าลืมแวะร้านขายของที่ระลึก ซึ่งเป็นสินค้าโอทอป ให้เราได้ซื้อติดไม้ ติดมือ กลับไปฝากคนที่คุณรัก กันด้วยนะคะ

เขื่อนบางลาง

เขื่อนหินถมแกนดินเหนียว ขนาดใหญ่ ในอำเภอบันนังสตา ถูกสร้างขึ้นเพื่อกั้นแม่น้ำปัตตานี ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ทางธรรมชาติ สวยงาม ท่ามกลางบรรยากาศสุดฟิน ของป่าบาลา-ฮาลา อเมซอนแห่งอาเซียนค่ะ เราสามารถล่องเรือ หรือแพ สัมผัสหมอก ชมทะเลสาบ วิวสวยๆ ของป่าบาลา-ฮาลา และความเป็นอยู่ของชาวบ้าน ในเรือนแพรอบๆ เขื่อน หรือจะเดินป่า ดูนก เที่ยวน้ำตก ในป่าบาลา-ฮาลา ก็ฟินได้ไม่แพ้กันค่ะ และไฮไลท์ของที่นี่ คือการได้ดูกระทิง และชมทะเลหมอกที่จุดชมวิว ในช่วงเช้าตรู่ ซึ่งเราจะมองเห็นหมอกขาวๆ ปกคลุมทะเลสาบไว้ เป็นภาพที่น่าประทับใจมากๆเลยค่ะ

น้ำตกธารโต

น้ำตกสวย สูง 9 ชั้น ไหลมาตามภูเขาสูง ลดหลั่นกันลงมา กลางป่าดงดิบ ที่อุดมสมบูรณ์ ในเขตอุทยานแห่งชาติบางลาง  ทำให้ที่นี่มีอากาศเย็น สดชื่นมากๆเลยล่ะค่ะ จึงเหมาะกับการพักผ่อน นั่งชิลๆ ในศาลาพัก หรือจะเล่นน้ำ ซึ่งชั้น 1 จะเป็นชั้นที่นิยมเล่นน้ำค่ะ เพราะน้ำไม่ลึกและไม่อันตราย จะปิกนิก เดินป่าศึกษาธรรมชาติ ชมนก ชมดอกไม้และผีเสื้อหลากหลายพันธุ์ นอกจากนี้ที่นี่ยังมีที่พัก และสถานที่กางเต็นท์ไว้คอยบริการ และที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่ก็คือ มีต้นโศกเหลือง หรือต้นศรียะลา ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดยะลา ให้เราได้ชมอีกด้วย รับรองว่า ใครได้มาที่นี่แล้วล่ะก็ ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

อัยเยอร์เวง

ชมทะเลหมอก กับสถานที่สุดอันซีน บริเวณเทือกเขาสันกาลาคีรี ที่ได้ขึ้นชื่อว่า สวยที่สุด ในชายแดนใต้กันค่ะ ที่นี่ เป็นจุดชมวิว ชมทะเลหมอกสุดฮิต ที่มีให้ชมกันตลอดทั้งปี ซึ่งใครที่มาถึงเบตงแล้ว ต้องไม่พลาดค่ะ การชมทะเลหมอกจะชม พร้อมๆกับชมพระอาทิตย์ขึ้น ในเวลาเช้าตรู่ โดยเราจะเห็นหมอกขาวๆ ลอยอยู่ท่ามกลางผืนป่าขนาดใหญ่ พร้อมๆ แสงแรกของพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า เป็นภาพที่สวยงาม ราวกับสวรรค์บนดินเลยล่ะค่ะ ชมทะเลหมอกแล้ว ก็แวะจิบกาแฟ รับประทานอาหารเช้า กันได้ที่ร้านค้า ร้านอาหาร ที่คอยบริการนักท่องเที่ยว อย่างมากมาย หรือจะพักกางเต้นท์  ตั้งแคมป์ เค้าก็มีบริการครบค่ะ

สวนขวัญเมือง หรือพรุบาโกย

สวนสาธารณะ กลางเมืองยะลา บนเนื้อที่กว่า 200 ไร่ ที่เดิมเป็นพรุ ด้วยบรรยากาศร่มรื่น และวิวสวยๆของหาดทรายจำลอง ทิวสน กับทะเลเทียมที่สวยงาม จึงเหมาะกับการพักผ่อนมากๆเลยคะ ซึ่งกิจกรรมสุดฮิตของที่นี่ ก็จะมี การออกกำลังกาย เล่นกีฬา ปิกนิก ปั่นจักรยาน ปั่นเรือถีบ พายเรือ เดินชิล ชมวิวสวยๆ และชมพระอาทิตย์ตกดิน ก็สวยงามไม่แพ้ที่อื่นๆ เลยล่ะค่ะ นอกจากนี้ในช่วงเดือนมีนคมของทุกปี ที่นี่ก็จะถูกใช้เป็นสถานที่ จัดการแข่งขัน นกเขาชวาเสียง ระดับอาเซียน อีกด้วยค่ะ

พระมหาธาตุเจดีย์พระพุทธธรรมประกาศ

ส่งท้ายทริปนี้ ด้วยการสักการะ พระบรมสารีริกธาตุ เพื่อความเป็นสิริมงคลกันค่ะ ที่นี่ เป็นพระธาตุเจดีย์เก่าแก่ ศิลปะเป็นแบบศรีวิชัย อยู่ที่วัดพุทธาธิวาส เป็นเจดีย์ ที่มีสวยงามที่สุดในภาคใต้เลยล่ะค่ะ ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ของพระพุทธเจ้าไว้ ให้เราได้สักการะ ขอพร  และยังมีพระพุทธรูปประเภททองสัมฤทธิ์ องค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งเรียกกันว่า พระพุทธธรรมกายมงคลประยุรเกศานนท์สุพพิธาน บรรยากาศภายในวัด สงบ ร่มเย็น สามารถมองเห็นวิวสวยๆ ของวัด และเมืองเบตง ที่สวยแปลกตา อีกมุม เรียกว่ามาที่เดียว ได้ทั้งทำบุญ และพักผ่อนไปในตัว คุ้มมากๆเลยค่ะ

 

ก็จบกันไปแล้วนะคะ กับทริป 10 ที่เที่ยวยะลา ดีที่สุด ที่คุณไม่ควรพลาด เราหวังว่าเพื่อนๆ คงจะได้ใช้บทความนี้ เป็นข้อมูลและตัดสินใจ ที่จะมาเที่ยวจังหวัดยะลากันนะคะ ยะลา จังหวัดในชายแดนใต้ ที่หลายคนอาจจะไม่มั่นใจและอยากจะไปเที่ยวแต่ไม่กล้าไป ขอบอกเลยค่ะว่า ถ้าเพื่อนๆได้มาแล้วล่ะก็จะต้องติดใจ และอุ่นใจ มั่นใจได้ว่า มาที่นี่แล้ว จะต้องปลอดภัยอย่างแน่นอน

9 ที่เที่ยวปัตตานี สุดฮิต ไม่ไปไม่ได้แล้ว

ทริปนี้เราจะนำเพื่อนๆ มาสัมผัสกับดินแดนหนึ่งใน 3 จังหวัด ชายแดนภาคใต้ อย่าง จังหวัดปัตตานี ที่หลายคนอาจจะมีความรู้สึกว่า เป็นจังหวัดที่ไม่น่าเที่ยว เพราะไม่น่าจะปลอดภัยสักเท่าไร แต่รู้ไหมคะว่าจังหวัดนี้ ยังมีดีอีกมากมาย ทั้งความสมบูรณ์ของธรรมชาติ และความงดงามทางวัฒนธรรม ที่รับรองว่า ถ้าได้มาเยือนสักครั้ง แล้วจะต้องหลงรักที่นี่กันอย่างแน่นอน กับ 9 ที่เที่ยวปัตตานี สุดฮิต ไม่ไปไม่ได้แล้ว

วัดช้างให้ (วัดราษฎร์บูรณะ)

เราขอนำเพื่อนๆ มาไหว้หลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด เพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิตกันก่อนเลยค่ะ ที่นี่วัดเก่าแก่ ประจำจังหวัดปัตตานี อายุกว่า 300 ปี ภายในวิหารมีหลวงปู่ทวดขนาดเท่าองค์จริง ประดิษฐานอยู่ และยังเป็นที่เก็บอัฐิของหลวงปู่ทวด ด้านนอกจะมีรูปปั้นช้าง ยืนหันหน้าเข้าหามลฑปทั้งสองด้าน และยังมีรูปปั้นช้างอีกหลายเชือก อยู่รอบๆ ภายในวัดค่ะ ซึ่งมีความเชื่ออยู่ว่า ถ้าผู้หญิงมาลอดใต้ท้องช้างที่วัดนี้ ก็จะมีลูกได้ อย่างสมหวัง คลอดลูกได้ง่าย และลูกที่คลอดออกมานั้น ก็จะทำให้เลี้ยงง่าย หรือจะลอดท้องช้าง เพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์ ก็ยังได้อีกด้วย รับรองว่ามาที่นี่แล้ว เพื่อนๆ จะได้ทั้งบุญ และความโชคดีกลับไปอย่างแน่นอน

มัสยิดกลางปัตตานี

ทัชมาฮาลของไทย มัสยิดที่สวยที่สุดในประเทศไทย เป็นตึกคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น มีลักษณะคล้ายกับ ทัชมาฮาลในประเทศอินเดีย โดยเฉพาะในเวลากลางคืน ที่นี่จะมีสีสัน งดงามมากๆเลยค่ะ มัสยิดแห่งนี้ เป็นสถานที่ ทำละหมาดของชาวมุสลิม ซึ่งจะการละหมาดใหญ่ทุกวันศุกร์ และในวันตรุษต่างๆค่ะ บริเวณด้านหน้ามัสยิดจะมีสระน้ำขนาดใหญ่สี่เหลี่ยม ตัวอาคารจะเป็นห้องโถง แบ่งเป็นโซนชาย หญิง โดยผู้หญิงจะอยู่ด้านซ้าย ส่วนผู้ชายอยู่ด้านขวา ใครที่มาเยือนปัตตานีทั้งที ต้องไม่พลาดที่จะมาถ่ายภาพสวยๆ กันที่มัสยิดกลางปัตตานีกันนะคะ

หาดแฆแฆ

ชายหาดที่สวยที่สุด ของจังหวัดปัตตานี เป็นชายหาดสงบ ตรงข้ามกับชื่อ หาดแฆแฆ ที่แปลว่าอึกทึก อย่างสิ้นเชิงค่ะ หาดทรายที่นี่ สีนวลละเอียด ตัดกับน้ำทะเลสีคราม และโขดแกรนิตหิน ขนาดใหญ่ที่ดูแปลกตา ทำให้มีทิวทัศน์สวยงาม เหมาะกับการพักผ่อน เล่นน้ำ ล่องเรือเที่ยวชมธรรมชาติ หรือจะเดินชิล และมาพักผ่อนที่ศาลา เพื่อชมวิวรอบๆ หาด ก็จะได้ความฟินสุดๆ ใครมาแล้วไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

ชุมชนท่องเที่ยวบางปู

เที่ยวชมธรรมชาติ ด้วยการล่องเรือลอดอุโมงค์โกงกาง บนเส้นทางป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ที่สุด ในประเทศไทยกันค่ะ ที่นี่ เป็นชุมชนมุสลิม ริมอ่าวปัตตานี ที่มีความเก่าแก่กว่า 100 ปี การมาเที่ยวที่ชุมชนแห่งนี้ เป็นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ โดยการล่องเรือชมป่าโกงกาง ผ่านอุโมงค์ป่าโกงกาง ที่มีความยาวถึง 800 เมตร และชมนกน้ำหลากชนิด กว่าหมื่นแสนตัว เพลิดเพลินกับวิถีชีวิตของชาวเล ให้เราได้ดื่มด่ำ ชื่นชมกับธรรมชาติรอบตัว โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง หรือจะรอชมพระอาทิตย์ตกกลางอ่าวปัตตานี แล้วต่อด้วยการล่องเรือชมหิ่งห้อยยามค่ำคืน เพื่อเก็บภาพและความประทับใจของที่นี่ไว้ แล้วคุณจะหลงรัก เสน่ห์ของชุมชนบางปู อย่างแน่นอน

แหลมตาชี

ชมความสวยงาม ของหาดทรายขาว ที่ยื่นลงไปในทะเล กว้างไกลสุดสายตา สัมผัสกับความนุ่มละเอียดของผืนทราย น้ำทะเลใสสะอาด ที่โอบล้อมด้วย วิวธรรมชาติสุดสวย และสัมผัสกับวิถีชีวิตชาวเล ที่จะทำให้การพักผ่อนของเรานั้น เป็นการพักผ่อนที่ประทับใจ และคุ้มค่าที่สุด ที่นี่เป็นอันซีนแห่งใหม่ของจังหวัดปัตตานี ด้วยการชมแสงแรก และแสงที่ลับขอบฟ้า ของพระอาทิตย์ ได้ ณ จุดเดียวกันค่ะ จะพักผ่อนชมธรรมชาติ เล่นน้ำ ล่องเรือ ชิมอาหารทะเลกันแบบสดๆ ที่นี่เค้าก็มีร้านอาหาร ร้านขายเครื่องดื่ม และรีสอร์ทคอยบริการนักท่องเที่ยว ตลอดเส้นทาง แถมยังได้สัมผัส กับวิถีชีวิตของผู้คนในท้องถิ่น กันได้อย่างเต็มที่อีกด้วย ใครที่ชอบการท่องเที่ยวแบบสงบๆ ชิลๆ ต้องไม่พลาดค่ะ

น้ำตกทรายขาว (โคกโพธิ์)

ที่นี่เป็นอุทยานแห่งชาติ ในพื้นที่ป่าสงวน เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามที่สุด ของจังหวัดปัตตานี ด้วยสายน้ำที่ไหล ลงมาจากผาสูง 40 เมตร น้ำมีความสะอาดใส จนมองเห็นตัวปลา ซึ่งอยู่กันอย่างชุกชุม ได้อย่างชัดเจน เหมาะกับการพักผ่อนหย่อนใจ เล่นน้ำ เดินป่าชมธรรมชาติ หรือจะชมวิว ชมทะเลหมอก ชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกกันได้ ที่เขารังเกียบ ซึ่งเป็นจุดชมวิวของที่นี่ และที่นี่ยังมีพระพุทธมหามุนินท์โลกนาถ และ ศาลทวดรังเกียบ ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวบ้านที่นี่ให้ความนับถือ ละนิยมไปกราบไหว้ขอพร นอกจากนี้ที่นี่ ยังมีการจัดกิจกรรม แค้มป์ต่าง ๆ อย่างค่ายลูกเสือ ค่ายอนุรักษ์ธรรมชาติ หรือค่ายเยาวชนต้านยาเสพติด อีกด้วย

เมืองโบราณยะรัง

ชมความสวยงาม และความเจริญรุ่งเรือง ของเมืองโบราณในอดีต ที่มีอายุนับพันปี ในสมัยลังกาสุกะ ที่นี่พบสิ่งก่อสร้างที่เป็น เมืองโบราณ ซึ่งสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นศูนย์กลางของ อาณาจักรลังกาสุกะ ที่เคยมีความรุ่งเรือง มามากกว่าพันปี การเที่ยวชมของที่นี่ เราสามารถเข้าชมได้ทุกวันเลยค่ะ โดยเราจะเดินชมเมืองโบราณ ที่มีการสร้างทับซ้อนกันถึง 3 เมือง คือ เมืองโบราณบ้านวัด ที่บ้านจาเละทางทิศตะวันตกและทางทิศเหนือ เมืองโบราณบ้านจาเละ เมืองโบราณบ้านปราแว และเราสามารถเข้าชมนิทรรศการได้ที่ ศูนย์ข้อมูลเมืองโบราณยะรัง ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ คอยให้ความรู้ และคำแนะนำต่างๆ เกี่ยวกับชุมชนโบราณยะรังอีกด้วย

หาดตะโละกาโปร์

ชายหาดขาวสวยงาม ทะเลสีคราม ฝั่งอ่าวไทย มีเรือกอที่จอดเรียงราย ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ของที่นี่ค่ะ หาดตะโละกาโปร์ เป็นสถานที่ที่เหมาะกับการพักผ่อน เล่นน้ำ ชมวิวสวยๆ ของทิวสน และต้นมะพร้าว ที่ให้ความร่มรื่น รอบบริเวณชายหาด และสัมผัสกับความเป็นอยู่ของ หมู่บ้านประมง ชมเรือกอ ซึ่งเรือประมงของที่นี่ หรือจะอุดหนุน สินค้าอาหารทะเลสดๆ แวะชิมอาหารอร่อยๆ จากร้านค้า แถมด้วยการดินช้อป ของกิน ของใช้ ซึ่งเป็นสินค้าต่างๆ จากชาวบ้าน ที่จะเปิดขายกันทุกวัน ตั้งแต่บ่าย 2 โมงครึ่ง ไปจนถึง 6 โมงเย็นเลยล่ะค่ะ

สกายวอล์ค

แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของ จังหวัดปัตตานี ซึ่งตั้งอยู่ที่ระหว่างทะเลหาดรูสะมีแล กับสวนสมเด็จศรีนครินทร์ ในสวนแม่สวนลูก เป็นจุดชมวิว มีความสูงประมาณตึก 5 ชั้น และมีความยาว 400 เมตร ที่เราสามารถเดินชมวิว บนพื้นเหล็กตาข่าย ที่เราจะมองทะลุผ่าน จนเห็นพื้นดินด้านล่างได้เลยล่ะค่ะ ให้เราได้ชมวิวสวยๆ ของเมืองปัตตานี ชมธรรมชาติ ป่าชายเลน ชมวิถีชีวิตของชาวประมง หาดรูสะมีแล และชมความสวยงามของพระอาทิตย์ขึ้น และตก ในมุมสูงแบบพาโนรามา กันแบบหวาดเสียว ให้เราได้เก็บภาพประทับใจ สวยๆ กลับไปแบบฟินๆกันค่ะ
จากทริป 9 ที่เที่ยวปัตตานี สุดฮิต ไม่ไปไม่ได้แล้ว ที่เราได้รวบรวมมาเป็นข้อมูลให้เพื่อนๆ ได้ลองศึกษา และตัดสินใจ ในวันหยุดอันแสนพิเศษนี้ เชื่อว่าหากเพื่อนๆ ได้ลองมาสัมผัสกับ จังหวัดปัตตานีกันดูสักครั้ง แล้วเพื่อนๆ จะได้ความประทับใจ และอยากที่จะกลับมาเยือนที่นี่กันอีก อย่างแน่นอน

11 ที่เที่ยวสตูล สวรรค์สำหรับคนชอบเที่ยว

จังหวัดสตูล เมืองแห่งเพชรเม็ดงามของอาเซียน จังหวัดชายแดนเล็ก ทางภาคใต้ ฝั่งทะเลอันดามัน ที่มากมายไปด้วย แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ผสมผสานกับความงดงาม ของมนต์เสน่ห์ วิถีชีวิต ที่ตรึงใจ เป็นสวรรค์สำหรับคนชอบเที่ยว ที่เพื่อนต้องไม่พลาด ที่จะมาสัมผัสให้ได้ สักครั้งหนึ่งในชีวิต กับทริปนี้ 11 ที่เที่ยวสตูล สวรรค์สำหรับคนชอบเที่ยว

ถ้ำเลสเตโกดอน

แหล่งค้นพบฟอสซิลช้าง สเตโกดอน นอกจากฟอสซิลช้างแล้ว ก็ยังเจอฟอสซิลแรด และฟอสซิลอื่นๆอีกมากมาย จึงเป็นถ้ำดึกดำบรรพ์ ที่ถูกเรียกขานว่า ถ้ำเลสเตโกดอน นั่นเองค่ะ ไฮไลท์ของที่นี่คือ เป็นถ้ำเลที่ยาวที่สุดในคาบสมุทรมาลายู ซึ่งมีความยาวถึง 4 กิโลเมตร เลยล่ะค่ะ ภายในก็จะมีหินงอก หินย้อย ที่ยังเป็นหินเป็น และซากฟอสซิลต่างๆ ที่มีอายุถึง ล้านแปดแสนปี มีความสมบูรณ์และสวยงามมากๆ ค่ะ สำหรับการเที่ยวชมถ้ำนั้น เราจะล่องเรือ พายเรือแคนู หรือเรือยางลอดถ้ำเข้าไป เมื่อออกมาถึงปากถ้ำ ก็จะล่องเรือชมป่าชายเลน ก่อนจะออกสู่ทะเล ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ในการเข้าชมค่ะ

สันหลังมังกร

มาต่อกันที่ หาดทรายสุดมหัศจรรย์ ของสันทรายแห่งท้องทะเลอันดามัน อันซีนแห่งใหม่ ที่เราต้องไม่พลาดค่ะ ที่นี่มีลักษณะคล้ายกับทะเลแหวกกลางทะเล ซึ่งในช่วงที่น้ำลด เราจะมองเห็นสันทราย ที่มีความยาวถึง 4 กิโลเมตร เต็มไปด้วยเปลือกหอย สะท้อนระยิบระยับกับแสงแดด ราวกับเกล็ดของมังกร ที่คดโค้งยาว คล้ายกับสันหลังของมังกร ที่โผล่พ้นท้องทะเลขึ้นมา อย่างน่าอัศจรรย์ โดยมีความเชื่อตามหลักฮวงจุ้ยว่า หากใครได้เหยียบสันหลังมังกร แล้วล่ะก็ จะได้รับพลังบริสุทธิ์ ที่ช่วยเติมเต็มพลังกายพลังใจ และพลังชีวิต ให้ความรู้สึกกระปรี้กระเปร่า และสดชื่นมากๆเลยค่ะ ซึ่งเวลาในการเกิดสันหลังมังกรของแต่ละวัน ก็จะแตกต่างกัน ตามข้างขึ้น ข้างแรมด้วยค่ะ

อุทยานแห่งชาติตะรุเตา

สวรรค์ของนักท่องเที่ยว มัลดีฟของไทย ในทะเลอันดามัน ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ทั้งบนเกาะ และในท้องทะเล จึงทำให้ที่นี่ มีชื่อเสียงโด่งดัง ไปทั่วโลก ที่เราต้องมาสัมผัสให้ได้ค่ะ อุทยานแห่งนี่มีเกาะน้อยใหญ่ อยู่ถึง 51 เกาะด้วยกัน โดยจะแบ่งเป็นเกาะใหญ่ได้ 2 เกาะคือ หมู่เกาะตะลุเตา โดยหมู่เกาะนี้ในอดีต เป็นทัณฑสถาน ใช้คุมขังนักโทษคดีร้ายแรง และหมู่เกาะอาดัง-ราวี โดยการท่องเที่ยวสุดฮิตของที่นี่ จะเริ่มต้นกันที่ อ่าวพันเตมะละกา ซึ่งเป็นที่ตั้งของ ที่ทำการอุทยานฯ แห่งนี้ค่ะ จากนั้น จึงล่องเรือ หรือนั่งรถ เที่ยวชมสถานที่ต่างๆ ทั้งทางประวัติศาสตร์ และทางธรรมชาติ รับรองว่า ใครมาแล้ว จะต้องติดใจอย่างแน่นอน

เกาะหลีเป๊ะ

เกาะสุดฮิต ของหมู่เกาะอาดัง-ราวี ที่ใครพลาดแล้วล่ะก็ เหมือนยังมาไม่ถึงสตูล น้ำทะเลที่นี่ใสสะอาด หาดทรายขาวละเอียด ราวกับแป้ง มีปะการัง 7 สีสวยงาม ปลาทะเลสีสัน สดใส พร้อมธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และบรรยากาศสงบ ร่มรื่น เย็นสบายเหมาะกับการพักผ่อน สูดอากาศบริสุทธิ์กันได้อย่างเต็มปอด โดยการท่องเที่ยวบนเกาะหลีเป๊ะนั้น เราจะชมพระอาทิตย์ตก กันที่หาดพัทยา ซึ่งเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตก ที่สวยงามที่สุดของ จังหวัดสตูล โดยที่นี่ในเวลากลางคืนนั้น จะครึกครื้น ไปด้วยปาร์ตี้ และถนนคนเดิน สมกับชื่อ หาดพัทยานั่นเองค่ะ ใครที่ชอบความสงบ เป็นส่วนตัว แนะนำให้มาพักผ่อน กันที่หาดซันเซ็ท และหาดซันไรซ์ จะนอนอาบแดด เล่นน้ำ พายเรือคายัค หรือดำน้ำดูปะการัง ได้จากหน้าหาดเลยค่ะ หรือจะต่อด้วยการ นั่งเรือชมเกาะสวยๆ ที่อยู่รอบๆเกาะหลีเป๊ะ บอกเลยค่ะว่าฟินสุดๆ กับทริปนี้คุ้มเกินคุ้มค่ะ

เกาะหินงาม

เกาะเล็กๆ ที่อยู่บริเวณ เกาะอาดัง-ราวี-เกาะหลีเป๊ะ เป็นเกาะที่มีน้ำทะเลใส ตัดกับหาดสีดำ ที่เต็มไปด้วยหินสีเทาดำ กลมเกลี้ยง เงาวับ ดูสวยงามแปลกตา น่าตื่นตาตื่นใจมากกๆค่ะ ที่นี่มีความเชื่อว่า มีคำสาปของเจ้าพ่อตะรุเตา คือ หากใครที่นำหินเหล่านี้ ออกจากเกาะไป ก็จะต้องมีอันเป็นไป อย่างแน่นอนค่ะ และอีกหนึ่งความเชื่อของที่นี่ ก็คือการเรียงหินเป็นชั้นๆ ถึง 9 ชั้นและ 13 ชั้น แล้วขอพร ก็จะได้สมปรารถนา ยังไงขอพรกันแล้ว ก็อย่าลืมนำหินลงกลับมาไว้ที่เดิม เพื่อคงความเป็นธรรมชาติที่สวยงาม ของที่นี่กันด้วยนะคะ

เกาะไข่

เกาะแห่งตำนาน รักสุดโรแมนติก ที่นี่มีซุ้มประตูหินธรรมชาติขนาดใหญ่ ซึ่งเรียกกันว่า ซุ้มรักนิรันดร หรือซุ้มประตูแห่งรัก ที่เชื่อกันว่า หากคู่รักคู่ไหน ได้ลอดซุ้มประตูแห่งนี้แล้ว ก็จะได้พบกับความรักที่มั่นคง ยืนยาว และทุกวันวาเลนไทน์ ที่นี่ก็จะมีการจดทะเบียนสมรส กันที่ซุ้มประตูแห่งนี้ด้วยค่ะ เกาะไข่ เป็นที่วางไข่ของเต่าทะเล เป็นเกาะที่มีหาดทรายละเอียด สีนวล เหมือนสีของเปลือกไข่ ตัดกับน้ำทะเล สีเขียวมรกตใส พร้อมบรรยากาศสงบๆ สุดชิล และวิวสวยๆ รอบเกาะ เหมาะแก่การพักผ่อน ลงเล่นน้ำ และถ่ายภาพประทับใจสวยมากๆ ค่ะ

เกาะหินซ้อน

เป็นเกาะที่มีจุดเด่น คือ มีหินขนาดใหญ่ 2 ก้อนเรียงซ้อนกัน ตามธรรมชาติ มีลักษณะคล้ายกับเรือดำ ได้อย่างน่าอัศจรรย์ ที่นี่เป็นแหล่งดำน้ำติ้น และน้ำลึก มีแนวปะการังอ่อน ปะการังแข็ง และที่เป็นไฮไลท์ คือมีปะการัง 7 สี ที่สมบูรณ์สวยงาม และยังมีดอกไม้ทะเล แถมด้วยปลาการ์ตูนน่ารักๆ อยู่มากมาย ให้เราได้ชมกันแบบจุใจ แต่กระแสน้ำที่นี่ค่อนข้างแรง ขอแนะนำให้ เกาะเชือก และพกตีนกบ มาด้วยนะคะ

เกาะอาดัง ราวี

หมู่เกาะสวยขึ้นชื่อ ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติตะรุเตา เป็นสถานที่ที่เคยเป็น จุดสังเกตการณ์ของโจรสลัด เหมาะกับการดำน้ำลึก บริเวณร่องน้ำจาบัง และดำน้ำตื้นชมโลกใต้ท้องทะเล ที่สวยงามมากๆของจังหวัดสตูล นอกจากนี้ บนเกาะราวียังมีหาดทรายละเอียด น้ำทะเลใส เหมาะกับการเล่นน้ำ ดำน้ำและชมทิวทัศน์สวยๆของทิวสน ส่วนบนเกาะอาดัง จะมีน้ำตกโจรสลัด ที่มีน้ำไหลอยู่ตลอดทั้งปี และผาชะโด ซึ่งเป็นจุดชมวิว และชมพระอาทิตย์ขึ้น สวยงามน่าตระการตามากๆเลยค่ะ

อุโมงค์แสงมรกต

สุดยอดอันซีน ที่ถ้ำภูผาเพชร ถ้ำประวัติศาสตร์ ที่เคยเป็นแหล่งพักพิงของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ ที่ใหญ่ที่สุดของไทย และใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก ซึ่งภายในถ้ำ ลึกลงไปจนถึงด้านในสุดของถ้ำนี้ จะมีอุโมงค์แสงมรกต ที่เป็นแสงปลายอุโมงค์ สวยงาม ตระการตา ยิ่งใหญ่ ราวกับสวรรค์บนดินเลยล่ะค่ะ สำหรับขาลุย ที่ชอบเที่ยวแบบแอดเวนเจอร์ ด้วยการเที่ยวสำรวจถ้ำ ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์ และความสวยงาม ของหินงอก หินย้อย เปล่งประกายระยิบระยับ ที่งดงามราวกับเพชรเลยล่ะค่ะ ถ้าแห่งนี้ประกอบไปด้วยห้องต่างๆ ถึง 20 ห้อง และที่อันซีนที่สุด และอยู่ลึกที่สุดของถ้ำแห่งนี้ ก็คือ อุโมงค์แสงมรกตนั่นเอง ที่เกิดจากแสงปลายอุโมงค์ มากระทบหินรูปพญาครุฑ ในเวลาที่เหมาะสม ราวๆ บ่าย 3-4 จะเกิดแสงสีมรกต ที่เชื่อกันว่า หากใครได้สัมผัส ก็จะเกิดพลังชีวิต ที่ทำให้เราพร้อมสู้กับอุปสรรคต่างๆได้ อย่างเข้มแข็งค่ะ

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสตูล

คฤหาสน์กูเด็น ในสมัยรัชกาลที่5 ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ของจังหวัดสตูล เป็นอาคารแบบตะวันตก ผสมผสานกับศิลปะอิสลาม สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับแรม ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว แต่พระองค์มิได้ประทับแรมที่นี่ จึงถูกใช้เป็น สถานที่สำคัญๆต่างๆ อย่างศาลากลางจังหวัด ในสมัยสงครามโลกครั้งที่2 และกลายเป็น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสตูลในปัจจุบันค่ะ ที่นี่เป็นแหล่งรวบรวม และจัดแสดง เรื่องราวต่างๆ ทั้งประเพณี วัฒนธรรม วิถีชีวิต โบราณวัตถุ ของชาวสตูลในอดีตไว้ ให้เราได้เรียนรู้กันค่ะ

บ่อน้ำร้อนทุ่งนุ้ย

ส่งท้ายทริปนี้ด้วยการแช่ออนเซ็น เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้ากันค่ะ ด้วยการเที่ยว บ่อน้ำร้อนทุ่งนุ้ยกันค่ะ ที่นี่ เป็นบ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้ง สไตล์ออนเซ็น ที่รายล้อมด้วยภูเขา ธรรมชาติสวยๆและบรรยากาศสุดฟิน แต่ราคากันเอง มีการแบ่งโซน ห้องอาบน้ำแยกชายหญิง และมีความเป็นส่วนตัวอย่างชัดเจน มีล็อกเกอร์เก็บของ มีห้องน้ำสาธารณะ และบริการผ้าเช็ดตัวและชุดแช่ มีโซนร้านขายของที่ระลึก ส่วนใครที่ไม่อยากแช่ทั้งตัว ที่นี่เค้าก็มีบ่อแช่เท้าไว้คอยบริการอีกด้วย เรียกว่ามาที่นี่ เพื่อนๆจะได้ทั้งความผ่อนคลาย ความสะดวกสบาย ความเป็นส่วนตัว ทำให้ร่างกายได้คลายความเหนื่อย ความเมื่อยล้า ได้อย่างเต็มที่เลยล่ะค่ะ

เป็นยังไงบ้างค่ะกับทริป 11 ที่เที่ยวสตูล สวรรค์สำหรับคนชอบเที่ยว ที่ใครได้มาแล้วเรารับรองว่า เพื่อนๆจะต้องไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน เพราะทุกที่สวยงาม และคุ้มเกินคุ้มที่ได้มาสัมผัสกับ จังหวัดสตูลแห่งนี้ แล้วเพื่อนๆจะรู้ว่าสวรรค์บนดินเป็นยังไง

12 ที่เช็คอินสุดฮิต เที่ยวนครศรีธรรมราช

ถ้าพูดถึง จังหวัดนครศรีธรรมราช หลายคนอาจจะคิดว่า เป็นเพียงจังหวัดธรรมดาๆ ที่ไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจเท่าไร เป็นแค่เมืองทางผ่านของใครหลายๆคน แต่ความจริงแล้ว เมืองนครศรีธรรมราช หรือเมืองคอน นี้เป็นเมืองเก่าแก่ ที่มีสถานที่ท่องเที่ยว ที่น่าตื่นตาตื่นใจมากๆเลยล่ะคะ กับทริปนี้ 12 ที่เช็คอินสุดฮิต เที่ยวนครศรีธรรมราช ที่เราจะพาเพื่อนๆ ไปสัมผัสกับความสุข ของเมืองที่ผสมผสานความงาม ระหว่างศิลปะทางประวัติศาสตร์ และธรรมชาติ ได้อย่างลงตัว ที่นครสองธรรม นครศรีธรรมชาติแห่งนี้กันเลยค่ะ

วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร

หลายคนอาจ คุ้นตากับภาพเจดีย์ที่อยู่ในเหรียญ 25 สตางค์ ซึ่งที่จริงแล้ว ภาพนั้นก็คือ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร วัดเก่าแก่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ที่มีพระบรมธาตุเจดีย์ ที่หุ้มด้วยทองคำแท้ๆตั้งแต่องค์พระธาตุ ไปจนถึงยอดเจดีย์เลยล่ะคะ ด้านในจะบรรจุ พระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ใครที่มาถึงนครศรีธรรมราช แล้วไม่มากราบไหว้พระบรมสารีริกธาตุที่วัดนี้ ถือว่าคุณยังมาไม่ถึงค่ะ นอกจากนี้ที่นี่ยังมีประเพณี การแห่ผ้าขึ้นธาตุ โดยจะจัดขึ้นในช่วงวันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา และวันอาสาฬหบูชา และยังมี ประเพณีบุญเดือนสิบ ซึ่งเป็นการทำบุญใหญ่ ให้กับบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว โดยจะจัดขึ้นในเดือนตุลาคม ของทุกปีค่ะ

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช

เที่ยวชม และเรียนรู้ประวัติศาสตร์ กันที่ใจกลางเมือง ในบริเวณวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารนครศรีธรรมราช กันค่ะ ซึ่งเค้าได้รวบรวมโบราณวัตถุ ของเมืองใต้เก่าแก่ทั้ง 4 เมือง ไว้ด้วยกัน คือ นครศรีธรรมราชชุมพร สุราษฎร์ธานี และพัทลุง โดยพื้นที่จะจัดแสดงเป็นโซนๆ ดังนี้ โซนห้องก่อนประวัติศาสตร์ ก็จะแสดงของใช้โบราณสมัยยุคหิน ยุคโลหะ ยุคสำริดต่างๆ อย่างกลองมโหระทึกสำริด โซนห้องศาสนา พราหมณ์ฮินดู เช่น รูปปั้นพระวิษณุ ศิวลึงค์ และพระศิวนาฏราช โซนห้องหลักธรรม และหลักฐานทางโบราณคดี ที่แสดงการเข้ามาของพระพุทธศาสนาในภาคใต้ โซนห้องภูมิปัญญาท้องถิ่น แสดงวิถีชีวิต ประเพณี การละเล่น การทำมาหากิน เครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ของชาวพื้นเมืองแห่งนี้ค่ะ

หาดขนอม

ไหว้พระธาตุขอพรกันแล้ว ก็เที่ยวพักผ่อน ริมชายหาด เล่นน้ำ ดูปะการัง และดูโลมาสีชมพู กันต่อที่ หาดขนอมค่ะ ชายหาดสวย ทอดยาวโค้งขนานกับภูเขา เชื่อมต่อกับ หาดปากนํ้า หาดในเพลา และหาดในเปร็ด รวมเป็นหาดหน้าด่าน ที่นี่มีบรรยากาศเงียบสงบ วิวสวย น้ำทะเลใสสะอาด เหมาะกับการพักผ่อน ลงเล่นน้ำมากๆเลยล่ะคะ และสิ่งที่เป็นอันซีนของที่นี่ก็คือ โลมาสีชมพู สัญลักษณ์ของท้องทะเลขนอม ซึ่งเราสามารถชม โลมาสีชมพูนี้ ได้โดยการนั่งเรือเช่า ที่แหลมประทับ ซึ่งอยู่ห่างจากหาดหน้าด่าน ประมาณ 20 นาที หรือจะนั่งกินลมชมวิว ชมพระอาทิตย์ตกดิน ก็ฟินสุดๆ และที่นี่เค้าก็ยังมี บริการที่พัก และร้านอาหาร ให้เราได้เลือกอย่างมากมายเลยล่ะค่ะ

ช่องรูเล็ด

ยังอยู่ที่ท้องทะเลขนอมกันต่อค่ะ ที่นี่มีทัศนียภาพ ของเกาะแก่ง ทะเลสีมรกตใส สวยงาม น่าตื่นตาตื่นใจมากๆเลยล่ะค่ะ ด้วยความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ทำให้เกิดร่องน้ำลึก ระหว่างเกาะถ้ำกับเขาหัวช้าง กลายเป็นช่องรูเล็ต เป็นที่อาศัยของสัตว์น้ำมากมาย ที่นี่จึงเหมาะแก่การท่องเที่ยวชมธรรมชาติ ชมสัตว์น้ำ ชมฝูงโลมา ชนิดต่างๆ ทั้งสีชมพู สีขาว สีเทา โลมาอิรวดี และโลมาปากขวด ได้ที่บริเวณปากร่องน้ำได้ด้วยค่ะ และที่นี่ยังมีเกาะเล็กๆ ชื่อ เกาะผี เป็นถ้ำ ที่เราสามารถเดินเข้าไป ภายในถ้ำได้ เมื่อน้ำลดต่ำสุด เพื่อเข้าไปชม ฝูงค้างคาว หอยต่างๆ ปะการังและกัลปังหา สำหรับการเดินทางมาที่นี่ได้ ต้องเช่าเรือหางยาว จากท่าเรือแหลมประทับ แล้วล่องเรือชม หินพับผ้า เกาะนุ้ย ช่องรูเล็ต และเกาะผีค่ะ

เกาะนุ้ยนอก

เกาะเล็กๆในอำเภอขนอม เกาะนี้เราเห็นธงเสมา สีเหลืองปักอยู่รอบๆ เกาะเลยค่ะ เกาะนี้ มีตำนานหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด เพราะที่นี่มีบ่อน้ำจืดกลางทะเลอ่าวไทย ได้เอย่างน่ามหัศจรรย์เลยล่ะค่ะ บ่อนี้มีขนาดกว้างประมาณ 30 นิ้ว รูปร่างคล้ายรอยเท้า ซึ่งตามความเชื่อของที่นี่เค้า เชื่อกันว่า น้ำทะเลจืดแห่งนี้ เกิดจากหลวงปู่ทวด ได้เคยมาเหยียบน้ำทะเลบริเวณนี้ ให้กลายเป็นน้ำจืด นั่นเอง โดยเวลาที่น้ำทะเลลด เราถึงจะเห็น บ่อน้ำจืดได้ค่ะ ซึ่งน้ำจืดนี้เราสามารถดื่มได้ด้วยนะคะ ได้ลองชิมน้ำจืดกันแล้ว ก็ขึ้นมาสักการะ หลวงปู่ทวด บนยอดเขา เพื่อความเป็นสิริมงคล และชมวิวสวยๆรอบๆเกาะ แล้วมาล่องเรือชมโลมาสีชมพู ชมเขาหินพับผ้า เขาหินที่มีลักษณะเป็นชั้นๆ เหมือนผ้าที่พับไว้ สวยงามมากๆค่ะ อ้อใครที่จะมาชมน้ำทะเลจืดที่นี่ ขอแนะนำให้มาแต่เช้านะคะ เพราะถ้ามาสายน้ำทะเลจะขึ้น เราก็จะมองไม่เห็นบ่อน้ำจืดเลยล่ะคะ

สวนตาสรรค์

เดินเที่ยวกันจนเมื่อยล้าแล้ว มาแวะผ่อนคลายกันหน่อยค่ะ กับที่เที่ยวอันซีนแห่งใหม่ ของอำเภอขนอม สถานที่เงียบสงบ เหมาะแก่การพักผ่อน ให้เราได้ใกล้ชิด กับธรรมชาติกันแบบชิลๆ กับการทำสปาปลา ในลำธารใส นั่งให้ปลาตอดท่ามกลางป่าเขา ขอบอกว่า คุณจะได้อารมณ์ฟินดีจริง ๆ เลยล่ะคะ ด้วยค่าบริการเพียง 20 แถมยังสามารถนั่งกันได้ทั้งวันอีกด้วย หรือใครที่อยากจะลงเล่นน้ำ แช่น้ำ ก็เดินมาอีกโซน ที่นี่น้ำไม่ลึกมากเด็กๆสามารถเล่นได้ โดยเค้ามีห่วงยางให้เช่าด้วยค่ะ หรือใครอยากจะมาปิกนิก รับประทานอาหารกลางวัน ท่ามกลางธรรมชาติสวยๆ ร่มรื่นเย็นสบาย ที่นี่เค้าก็มีอาหารอร่อยๆ ราคากันเอง ไว้คอยบริการ หรือจะพักผ่อน นอนเสื่อ นอนเปล ก็ได้เลยตามสไตล์ ขากลับ ก็อย่าลืม แวะชม แวะชิมผลไม้สดๆ จากสวน และซื้อกลับไปฝากคนที่คุณรัก ด้วยนะคะ

แหลมตะลุมพุก

มาที่ชายทะเลปากพนังกันบ้าง แหลมตะลุมพุก แหลมทรายรูปจันทร์เสี้ยวหลาย ที่คนน่าจะรู้จักกันดี จากการเกิด มหาวาตภัยครั้งใหญ่นั่นเอง ปัจจุบันที่นี่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเล ที่น่ามาพักผ่อนมากๆเลยค่ะ เพราะมีชายหาดขาวสะอาด พร้อมกับทิวสน หรือจะล่องเรือสัมผัสทะเล ชมวิวสวยๆ กันแบบชิลๆก็ฟินกันไป และยังมีร้านอาหารทะเล สดๆ อร่อยๆ มากมาย ให้เราได้กินอิ่มกัน จนพุงกางเลยล่ะค่ะ และสิ่งที่ถือว่าเป็นเสน่ห์ของที่นี่ก็คือ การได้ชม และสัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวบ้าน เช่น การทำประมง หาหอย หาปู หาปลา การถนอมอาหารในแบบภูมิปัญญาพื้นถิ่น เช่น การทำกะปิ จากกุ้งเคย การทำปลาแดดเดียว ที่เราสามารถซื้อทั้งของทะเลสดๆ และผลิตภัณฑ์จากชาวบ้าน ในราคากันเอง กลับบ้าน เป็นของฝากได้อีกด้วย

ตลาดย้อนยุคปากพนัง

มากันต่อที่นี่เลยค่ะ ตลาดย้อนยุคปากพนัง ที่นี่เป็นตลาดร้อยปี ที่ขนานกับลำคลองทั้งสองฟากฝั่ง มีบรรยากาศเหมือนเราได้ย้อนกลับไปในอดีต ของชาวพื้นเมืองปากผนัง ทั้งอาหารพื้นบ้านน่ากินๆ ที่ ภาชนะใส่อาหารเก๋ๆ ทำจากดินเผา ใบตอง จาก ใบบัว และถุงกระดาษ ต่างๆ การแต่งกาย ดนตรี และการแสดงต่างๆ แบบย้อนยุค นอกจากนี้ยังมีสินค้าของฝาก จากฝีมือ และภูมิปัญญาของชาวบ้าน ให้เราได้ ทั้งช้อป ทั้งกิน และได้เก็บภาพสวยๆ จากแทบจะทุกมุมของตลาดกันจนเพลินเลยล่ะค่ะ

หาดหินงาม

หาดสวยในอำเภอ สิชล ที่เต็มไปด้วยโขดหินกลมเกลี้ยงสีดำ ซึ่งเวลาโดนแสงแดดจะ สวยงามมากๆ ตามชื่อเลยล่ะค่ะ และยังมีหาดทรายขาวสวย ทะเลน้ำใสน่าเล่น วิวสวย น่าถ่ายรูป บรรยากาศเงียบสงบ ร่มรื่น เหมาะกับการมาพักผ่อนมากๆเลยคะ สำหรับกิจกรรมที่นี่ก็มีหลายสไตล์ให้คุณได้เลือกค่ะ อย่าง เล่นน้ำ เดินชมวิวสวย ชมพระอาทิตย์ขึ้นริมหาด ดูปูเสฉวน พายเรือคายัค เล่นกระดานโต้คลื่น หรือจะล่องเรือชม กินอาหารทะเลสดๆอร่อยๆ รับรองว่าคุณจะเพลิน ไม่มีเบื่อเลยล่ะค่ะ แถมที่หน้าหาด ยังมีที่พักสวยๆไว้บริการอีกด้วย

อุทยานแห่งชาติน้ำตกโยง

เอาใจสายแอดเวนเจอร์ ขอชวนเพื่อนๆ มาเที่ยวเดินป่า ชมธรรมชาติ และเล่นน้ำตก กันบ้างค่ะ ที่อุทยานนี้มีพื้นที่ใหญ่มากๆ ถึง หนึ่งแสนสองหมื่นกว่าไร่เลยล่ะค่ะ เป็นป่าดิบชื้น และป่าดิบเขา ที่อุดมสมบูรณ์มากๆเลยล่ะคะ ซึ่งกิจกรรมสุดฮิตของที่นี่ก็คือ การเดินป่า ขึ้นเขาชมวิวสวยๆ ชมความสวยงามของทะเลหมอก และเที่ยวน้ำตกค่ะ โดยน้ำตกที่คุณไม่ควรพลาด เช่น น้ำตกโยง น้ำตกที่มี 7 ชั้น น้ำใสๆเย็นเหมาะแก่การลงเล่น และชมปลาท้องถิ่นหายาก นอกจากนี้ยังมี น้ำตกหนานโจน น้ำตกคลองจัง และน้ำตกคูหาสวรรค์ ขอบอกว่าทุกที่น่าเที่ยวมากเลย

ทะเลหมอกกรุงชิง

ชมทะเลหมอก ที่จุดชมวิวยอดเขาเหล็กกันค่ะ ที่นี่ เคยเป็นเหมืองแร่เหล็กเก่ามาก่อนค่ะ ต่อมาจึงพัฒนาเป็นที่เที่ยวเชิงนิเวศ ซึ่งถ้าหากใครต้องการจะชมทะเลหมอกสวยๆ เพื่อนๆจะต้องเดินขึ้นไปที่จุดชมวิว ประมาณ 300 เมตร ในเวลาเช้ามืดค่ะ โดยเราจะมองเห็นหมอกขาวได้ ก็จะเป็นวันที่ฝนจะตก แต่ถ้าฟ้าฝนไม่เป็นใจ ก็ไม่ต้องเสียใจไปนะคะ เพราะเราจะได้ชมวิวสวยๆ แบบ 360 องศา พร้อมจิบกาแฟหอมๆ บนเขาเหล็กแห่งนี้ไปด้วยค่ะ นอกจากจะได้ชมทะเลหมอกกันแล้ว ที่นี่เค้ายังมีกิจกรรมสนุกๆให้เราทำอีกเพียบเลยค่ะ เช่น เที่ยวถ้ำหงส์ ล่องแก่งคลองกาย เล่นน้ำในลำธารใสๆ ก็ฟินกันไปเลยล่ะคะ

หมู่บ้านคีรีวง

ปิดท้ายทริปนี้ด้วยการ เที่ยวคีรีวง ที่ลานสกาแห่งนี้ หมู่บ้านที่มีแหล่งโอโซน ที่ดีที่สุด ในประเทศไทย โดยเราสามารถเที่ยวชม และสัมผัสกับ วิถีชีวิต ที่เรียบง่ายของชาวบ้านที่นี่ ด้วยการ แวะชมวิว และถ่ายภาพที่สะพานบ้านคีรีวง ซึ่งจุดนี้เป็นจุดสุดฮิต สำหรับช่างภาพเลยล่ะคะ ทำบุญไหว้พระ ขอพรที่วัดคีรีวง พักรีสร์อท นอนกางเต้นท์ เที่ยวเดินชมธรรมชาติ ปิกนิกกลางป่า ลงเล่นในลำธารใสเย็น หรือจะปั่นจักรยานเที่ยวรอบหมู่บ้าน กันแบบชิลๆ พร้อมแวะชมงานฝีมือ จากภูมิปัญญาชาวบ้าน และแวะซื้อของฝาก ของที่ระลึกกลับไปด้วยนะคะ

ก็จบทริปการเดินทาง กันแล้วนะคะ กับ 12 ที่เช็คอินสุดฮิต เที่ยวนครศรีธรรมราช ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าที่นี่ จะมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย และหลากหลาย ให้เราได้เที่ยวกันอย่างจุใจ แถมทุกที่ก็ฟิน สุดๆ เที่ยงเพลินไม่มีเบื่อเลยล่ะค่ะ เพื่อนๆคนไหนไปเที่ยวมาแล้ว ก็อย่าลืมมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ

8 ที่เที่ยว จังหวัดพังงา ที่ดีที่สุด คนรักทะเลต้องไม่พลาด

วันหยุดนี้ ใครอยากจะไปติดเกาะ เดินเล่นชิลๆ บนหาดทรายขาวๆ ชมทะเลสวยๆ ที่เต็มไปด้วยเกาะน้อยใหญ่ เรียงรายสวยงาม ท่ามกลางท้องทะเลอันดามัน ที่ขึ้นชื่อไปทั่วโลกว่า เกาะสวย น้ำทะเลสีฟ้าใส หาดทรายขาว ทริปนี้เราขอแนะนำ สถานที่ท่องเที่ยว จังหวัดพังงา ดินแดนแห่งป่าเกาะ สวรรค์ของนักท่องเที่ยว จังหวัดนี้ไม่ได้มีดีแค่เกาะ หรือทะเลอย่างเดียวนะคะ แต่ยังมีสถานที่เที่ยวสวยๆ อีกเพียบเลยล่ะค่ะ ทั้งประวัติศาสตร์ที่น่าค้นหาและธรรมชาติที่สมบูรณ์สวยงาม ที่รอให้นักท่องเที่ยวอย่างเราๆ ได้ไปเยือนกันค่ะ กับทริปนี้เลย ที่เราได้รวบรวม และจัดอันดับมาแล้วว่าเป็น 8 ที่เที่ยว จังหวัดพังงา ที่ดีที่สุด คนรักทะเลต้องไม่พลาด

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน

หมู่เกาะที่ขึ้นชื่อไปทั่วโลก ที่คนรักทะเลอย่างเราต้องไปให้ได้ น้ำทะเลสีฟ้าใส ท่ามกลางหาดทรายขาวละเอียด กับหินรูปเรือใบ ตั้งโดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ของเกาะนี้ ช่างเป็นภาพที่สวยงามมากๆ เลยล่ะคะ จะนอนอาบแดด เล่นน้ำทะเล ดำน้ำดูปะการัง หรือจะนั่งเรือ แวะเที่ยวเกาะ ซึ่งที่นี่ก็จะมีหมู่เกาะน้อยใหญ่ อยู่ 9 เกาะด้วยกัน ตามชื่อเกาะสิมิลัน ที่แปลว่า เกาะ 9 นั่นเองค่ะ ซึ่งเกาะขึ้นชื่อของที่นี่ ก็จะมี เกาะเก้า หรือเกาะบางู เป็นเกาะที่นักท่องเที่ยวนิยมมาดำน้ำ ดูกองหินคริสมาสพอยต์ กองหินสวยใต้น้ำ และมีแนวปะการัง ที่สมบูรณ์มากแห่งหนึ่งเลยล่ะคะ เกาะเจ็ด เกาะรูปหัวกะโหลก หุบเขาใต้ทะเล ที่อุดมไปด้วยฝูงปลาทะเลหายาก นานาชนิด อย่างกระเบนราหู และฉลามวาฬ เกาะสี่ หรือเกาะเมี่ยง เป็นที่ทำการอุทยาน ที่มีแหล่งน้ำจืด ชายหาดขาว เนียนละเอียด น้ำทะเลใสๆ และมีสัตว์แปลก ที่หายาก อย่างปูไก่ ที่มีเสียงร้องเหมือนไก่ และนกประจำถิ่น นกชาปีไหน และปูเสฉวน ให้เราได้ชม ระหว่างการพักผ่อนชิลๆ ริมหาดทราย ขอบอกเลยคะว่า เลิศ ทุกๆ เกาะ มาแล้วไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์

ใครที่ชื่นชอบการดำน้ำ ชมโลกใต้ทะเลต้องห้ามพลาดเลยล่ะคะ เพราะที่นี่ เค้าเป็นที่สุดแห่งป่าปะการัง และวิถีชาวเลเลยค่ะ เป็นป่าสงวนแห่งชาติ ที่ประกอบด้วย เกาะทั้ง 5 เกาะ คือ เกาะสุรินทร์เหนือ เกาะสุรินทร์ใต้ เกาะรี หรือ เกาะสต๊อร์ค เกาะไข่ หรือ เกาะตอรินลา และเกาะกลาง หรือ เกาะปาจุมบา ซึ่งทุกเกาะนั้น จะเต็มไปด้วยป่าไม้ ปะการัง กัลปังหา ดอกไม้ทะเล สีสันสวยงาม มีปลาทะเลและสัตว์ทะเล หายาก อย่างกระเบนราหู ฉลามวาฬ และเต่าทะเล เรียกว่าธรรมชาติที่นี่นั้น อุดมสมบูรณ์มากๆเลยคะ ใครที่มาที่นี่ แนะนำให้ มาแบบค้างคืนนะคะ จะนอนกางเต้นท์ หรือจะพักแบบบ้านพัก ที่นี่เค้าก็มีบริการ ให้แบบครบครันค่ะ ส่วนใครที่อยากจะสัมผัสกับวิถีชาวมอแกน แนะนำให้มาที่อ่าวบอน ซึ่งอยู่บนเกาะสุรินทร์ใต้ ที่นอกจากจะได้เห็นบ้านเรือน และความเป็นอยู่ของชาวมอแกนแล้ว เรายังสามารถช่วยอุดหนุน สินค้าที่ระลึกจากชาวมอแกนได้อีกด้วย

เสม็ดนางชี

ที่นี่เป็นแลนมาร์คแห่งใหม่ เป็นจุดชมวิวสุดฮิต ที่สวยที่สุด เหมือนเป็นสรวงสวรรค์ ของจังหวัดพังงาเลยล่ะคะ ที่นักท่องเที่ยว นิยมมาชมพระอาทิตย์ขึ้น กับแสงแรก ของพระอาทิตย์ ที่เปล่งแสงหลังหุบเขา ที่สวยงาม น่าตื่นตาตื่นใจ กับวิวสวยๆ ของภูเขาสลับซับซ้อน กับเกาะน้อยใหญ่ ในทะเลอันดามัน พร้อมเมฆหมอกขาวๆ หรือจะดูดาว ล่าทางช้างเผือก ก็สวยงามราวกับภาพวาดของจิตรกรขั้นเทพเลยล่ะค่ะ โดยเฉพาะช่างภาพทั้งหลาย ต้องมาสัมผัสด้วยตาตนเองให้ได้เลยค่ะ จะมาแบบไป-กลับ หรือจะพักค้างคืน ที่นี่เค้าก็มี ที่พักทั้งแบบกางเต้นท์ หรือกระต๊อบเล็กๆให้เช่า มีห้องน้ำและห้องอาบน้ำ พร้อมอาหารการกิน ไว้คอยบริการอย่างครบครันค่ะ
ให้คุณได้เก็บภาพถ่าย ที่โคตรประทับใจ ดื่มด่ำกับความสวยงามของธรรมชาติ และสูดอากาศบริสุทธิ์กันได้อย่างเต็มปอด

อุทยานแห่งชาติเขาหลัก

อุทยานที่เงียบสงบ หาดทรายสวย ทะเลใส มีป่าไม้ สัตว์ป่า และสัตว์ทะเล ที่อุดมสมบูรณ์ ฝั่งตะวันตก ของทะเลอันดามัน เหมาะแก่การพักผ่อนเป็นอย่างยิ่งค่ะ ไม่ว่าจะเล่นน้ำ พักผ่อนริมชายหาด ดำน้ำ ดูปะการัง หรือจะเที่ยวน้ำตก เดินป่า ศึกษาธรรมชาติ รับรองว่ามาที่นี่ ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอนค่ะ เพราะมาที่นี่ที่เดียวครบค่ะ ไม่ว่าจะเป็น ชายหาดเขาหลัก ชายหาดเงียบสงบ หาดทรายสีเปลือกไข่ ทะเลสวย ที่คุณสามารถลงเล่นน้ำ หรือจะพักค้างคืนริมทะเล ก็ฟินกันไปค่ะ ชมวิวสวยๆ ของหาดหินและหาดทราย ที่จุดชมวิว ในบริเวณแหลมเขาหลัก ดำน้ำดูปะการัง ที่หาดเล็ก หาดทรายสองสี และน้ำทะเลสีมรกต เที่ยวน้ำตก น้ำตกโตนช่องฟ้า น้ำตกลำรู่ น้ำตกลำพร้าว และน้ำตกหินลาด เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ที่มีทั้งป่าชายหาด ป่าดิบชื้น และป่าชายเลน ที่ใครมาที่นี่แล้วล่ะก็ คุณจะต้องหลงรัก ความสวยงาม และความสงบ เรียบง่ายของที่นี่อย่าแน่นอน

เกาะยาวใหญ่

เกาะสวรรค์อีกแห่งของจังหวัดพังงา เป็นเกาะขนาดใหญ่ กลางทะเลอันดามัน สมชื่อ เพราะมันมีเกาะใหญ่น้อยอยู่ถึง 44 เกาะ เลยล่ะคะ เกาะนี้ เราจะได้สัมผัสกับ วิถีชีวิตเรียบง่าย ของคนในชุมชน และบรรยากาศที่เงียบสงบ มีความเป็นธรรมชาติแบบดั้งเดิม จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่เหมาะกับการพักผ่อน เป็นอย่างยิ่งเลยล่ะค่ะ ส่วนสถานที่ ที่น่าสนใจบนเกาะนี้ ที่เราขอแนะนำ อย่างเช่น หาดคลองสน หาดทราย ขาวสวย ที่ปกคลุมด้วยต้นสน ตลอดแนว เหมาะแกการเล่นน้ำ และเดินชิลริมทะเล หมู่บ้านอันเป้า เส้นทางศึกษาธรรมชาติและเดินป่า หาดโล๊ะหา หาดเส้นทางปั่นจักรยาน ชมสวนยางพารา เกาะนอก เกาะหินปูน เกาะโละปาแรด พร้อมหาดทรายสวย อ่าวทราย อ่าวล้าน อ่าวคลองสน อ่าวตีกุด ที่เหมาะแก่การเล่นน้ำ ดำดูปะการัง และชมลูกปลากระเบน ที่อ่าวหินกอง และยังมีสถานที่สวยๆอีกเพียบเลยล่ะค่ะ ก่อนกลับ ก็อย่าลืมแวะซื้อของฝาก ที่เป็นผลิตภัณฑ์จากกลุ่มชาวบ้านโดยตรง ติดไม้ติดมือ กลับมาด้วยนะคะ

เกาะยาวน้อย

ขอพาเพื่อน มาติดเกาะกันที่นี่ต่อเลยค่ะ ด้วยการท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ เพื่อสัมผัสกับวิถีชีวิตของชุมชนชาวเกาะยาวน้อย กันแบบใกล้ชิดค่ะ ทั้งท่องเที่ยวเชิงเกษตร และอุดหนุนสินค้าพื้นเมือง อย่างผ้าบาติก ผ้ามัดย้อม หรือใครสะดวก จะท่องเที่ยวแบบส่วนตัว ที่นี่ก็มีบริการที่พัก ตามรีสอร์ทมากมายให้คุณ ได้เลือกตามใจชอบเลยค่ะ สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะนี้ ก็จะมี ทั้งหาด และเกาะต่างๆ ให้คุณได้ท่องเที่ยวค่ะ เช่น หาดท่าเขา ชายหาดหินสวย บนเกาะยาวน้อย ให้คุณได้เล่นน้ำ หรืออาบแดด ชมวิวสวยๆกับบรรยากาศเงียบสงบ ไม่ไกลกันก็จะมีเกาะเล็กๆ อยู่หน้าหาด คือเกาะนก ซึ่งจะมีปรากฏการณ์คล้ายทะเลแหวก ที่ในช่วงน้ำลดเราจะสามารถ เดินเท้าไปถึงเกาะได้เลยค่ะ และยังมีหาดป่าทราย ที่สวยไม่แพ้กัน ดำน้ำ ดูปะการัง ที่อ่าวปะการัง หรือจะเที่ยวชมเกาะ เกาะผักเบี้ย เกาะห้อง เกาะกูดู เกาะไข่นอก และเกาะลาดิง ทุกเกาะขอบอกเลยว่า มีธรรมชาติสมบูรณ์ สวยประทับใจ พลาดไม่ได้เลยล่ะคะ

วัดถ้ำสุวรรณคูหา

เที่ยวทะเลกันจนเต็มอิ่มแล้ว ก็เปลี่ยนมาเที่ยววัด ทำบุญกันบ้างนะคะ วัดนี้ เป็นวัดถ้ำ ตั้งอยู่บนภูเขา เป็นวัดสำคัญของจังหวัดพังงา เพราะเป็นโบราณสถาน มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ของเมืองตะกั่วทุ่ง ที่น่าสนใจ ภายในวัดถ้ำสุวรรณคูหา หรือถ้ำมืด มีพระพุทธรูป คู่บ้านคู่เมืองพังงา คือพระพุทธไสยาสน์ องค์ใหญ่สีทอง ประดิษฐานอยู่ภายในถ้ำ ให้ผู้มาเยือนได้กราบไหว้ขอพร มีศิลาจารึก ที่บอกเล่าเรื่องราว ของการบูรณะถ้ำ และยังมีพระปรมาภิไธย พระนามาภิไธยจารึกอยู่ด้วย ซึ่งในอดีตพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์หลายพระองค์ได้เคยเสด็จมาประพาส ที่วัดนี้ ไหว้พระ ทำบุญเสร็จแล้ว ก็มาเที่ยวถ้ำ ชมธรรมชาติกันต่อเลยค่ะ ซึ่งในภูเขาลูกนี้ ก็จะมีถ้ำอยู่หลายถ้ำ เลยล่ะคะ เช่น ถ้ำใหญ่ ถ้ำแจ้ง ถ้ำมือและถ้ำแก้ว ซึ่งล้วนแต่มีหินงอกหินย้อย ที่สวยงาม และยังมีฝูงลิง ที่ป้วนเปี้ยนอยู่หน้าถ้ำ ให้เราได้ถ่ายรูป ซึ่งถือเป็นสีสันของวัดแห่งนี้

วนอุทยานสระนางมโนราห์

ปิดทริปนี้ ด้วยการท่องเที่ยว แหล่งน้ำจืด อย่างน้ำตกกันค่ะ ที่นี่เป็นน้ำตกขนาดเล็ก อยู่ในเทือกเขาทอย มีลำธารไหลผ่าน เหมาะแก่การลงเล่นน้ำ ในป่าดงดิบ บรรยากาศจึงร่มรื่น เย็นสบาย เล่นน้ำตกแล้วก็มาผจญภัย ด้วยการสำรวจถ้ำ ซึ่งที่นี่ถ้าหินงอก หินย้อยสวยๆ มากมายเลยค่ะ อย่างเช่น ถ้ำเปลือกหอย ที่มีสุสานหอยมากมาย ให้ได้ศึกษากัน ถ้ำขี้ค้างคาว ซึ่งมีค้างคาวอาศัยอยู่ เป็นจำนวนมาก ถ้ำแก้ว มีหินงอก หินย้อยสวยงาม ใครที่อยากพักผ่อน และศึกษาเส้นทางธรรมชาติอย่างเต็มที่ ก็สามารถมาพักแรมได้ ที่นี่เค้ามีสถานที่กางเต้นท์ และร้านอาหารไว้บริการ แต่ไม่มีเต้นท์ให้ นักท่องเที่ยวต้องเตรียมมาเองนะคะ

ก็จบทริปกันแล้วนะคะ กับ 8 ที่เที่ยว จังหวัดพังงา ที่ดีที่สุด คนรักทะเลต้องไม่พลาด แต่ล่ะที่นี่เป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยวจริงๆ เลยคะ ทั้งเที่ยวเกาะ เล่นน้ำทะเล เดินชิลริมหาด ดำน้ำ ดูปะการัง ผจญภัย หรือจะศึกษาประวัติศาสตร์และธรรมชาติ เที่ยวน้ำตก หรือไหว้พระทำบุญ ช้อปของฝาก มาที่นี่ คุณจะได้เที่ยวครบ ทุกสไตล์ อย่างแน่นอน ไปเถอะค่ะ สักครั้งหนึ่งในชีวิต สวยจริงๆ ขอบอก

10 ที่เที่ยว จังหวัดกระบี่ดี๊ดี สวรรค์ของคนชอบเที่ยว

พระอาทิตย์ตก ณ อ่าวนาง กระบี่

สำหรับคนรักทะเล จังหวัดกระบี่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้ชื่อว่า เป็นสวรรค์ของทะเล ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกครั้งนึงในชีวิต ต้องมาพักผ่อนที่นี่กันค่ะ เพราะกระบี่ เป็นจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย ทั้งเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ชมความเป็นอยู่ของคนพื้นเมือง เที่ยวแบบผจญภัย ชมธรรมชาติ และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ การเที่ยวทะเล ชมเกาะสวยๆ ที่เป็นอันซีนของโลกเลยทีเดียวค่ะ

ทริปนี้เราก็จะนำเพื่อนๆมาชมสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่กันค่ะ กับ 11 ที่เที่ยว จังหวัดกระบี่ดี๊ดี สวรรค์ของคนชอบเที่ยว จังหวัดที่ไม่ได้มีดีแค่ทะเล ส่วนจะน่าไป น่าเที่ยวแค่ไหนนั้น เพื่อนๆก็ตามเรามาเลยคะ

สระมรกต

ไม่ต้องไปแช่ออนเซ็นกันถึงญี่ปุ่น เพราะกระบี่ มีสระสีมรกตใสแจ๋ว ขนาดใหญ่ กลางป่า บริเวณป่าทุ่งเตียว เป็นสระน้ำแร่ธรรมชาติ ที่เกิดจากธารน้ำอุ่น ซึ่งมีความร้อนประมาณ 30-50 องศาเซลเซียสค่ะ ที่นี่จะมีสระน้ำแร่ ที่เกิดตามธรรมชาติอยู่ด้วยกัน 3 สระค่ะ คือ สระน้ำผุด สระมรกต และ สระแก้วค่ะ ทุกสระน้ำจะเป็นสีมรกต ใสมากจนมองเห็นก้นสระเลยล่ะค่ะ ซึ่งสระก็ไม่ลึกมากประมาณ 1.5 – 1.8 เมตร พอผู้ใหญ่ยืนได้สบายๆค่ะ ใครที่มาที่นี่นอกจากจะได้แช่น้ำแร่อุ่นๆ สบายๆกันแล้ว มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ดูนกหายาก ชมวิวสวยๆของป่าที่สมบูรณ์ และเส้นทางก่อนถึงสระมรกต ก็จะมีน้ำตกร้อน น้ำตกที่มีน้ำอุ่นๆให้เราได้นอนแช่กันจนฟิน อีกด้วยค่ะ

ทะเลแหวก

สิ่งมหัศจรรย์จากธรรมชาติ ของทะเลอันดามันไทย ที่ต้องไปให้ได้ค่ะ โดยในเวลาที่น้ำทะเลลด เราจะสามารถเดินบนสันทรายขาว ที่ทอดยาวไปยังอีกเกาะหนึ่งได้เลย ซึ่งสันทรายนี้จะเชื่อมไปยังเกาะทั้ง 3 เกาะค่ะ คือเกาะไก่ เกาะหม้อ และเกาะทับค่ะ แต่เมื่อน้ำทะเลขึ้น สันทรายนี้ก็จะจมอยู่ใต้น้ำ ซึ่งเป็นสิ่งมหัศจรรย์ และเป็นอันซีนของที่นี่ค่ะ นอกจากนี้ ชายหาดของที่นี่ ก็ยังขาวละเอียดสะอาดตา น้ำทะเลใส น่าเล่นน้ำมากๆเลยล่ะค่ะ ส่วนกิจกรรมสุดฮิตของที่นี่ คือ เล่นน้ำ เที่ยวเกาะ ดำผิวน้ำชมปะการังน้ำตื้น ซึ่งใครที่จะมาที่นี่ขอแนะนำว่า จะต้องวางแผนเวลาการเดินทางให้ดีๆ เพราะที่นี่เค้าบริการนักท่องเที่ยวแบบไป-กลับเท่านั้นค่ะ

เขาขนาบน้ำ

สัญลักษณ์ของเมืองกระบี่ เขาหินปูนสองลูก ตั้งขนาบกับแม่น้ำ หน้าตัวเมืองกระบี่ ที่นี่นอกจากจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติแล้ว ก็ยังเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์อีกด้วยค่ะ เพื่อนๆสามารถล่องเรือ เที่ยวชมป่าชายเลน ที่อยู่ทั้งสองฝั่งของแม่น้ำ หรือจะขึ้นบันได ไปสำรวจถ้ำหินงอกหินย้อย พร้อมเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ความเป็นอยู่ของมนุษย์ถ้ำ ซึ่งมีการค้นพบโครงกระดูกมนุษย์โบราณอายุกว่า 3 พันปี ชมมุมจำลองเครื่องใช้โบราณ ภาพเขียนฝาผนังถ้ำ และแคมป์ของทหารญี่ปุ่น ในสมัยสงครามโลก ภายในถ้ำ ชมถ้ำกันแล้ว ก็มาชมความเป็นอยู่ของ คนในชุมชนชาวเกาะกลาง กันต่อค่ะ ที่นี่มีพิพิธภัณฑ์และศูนย์หัตถกรรมพื้นบ้านให้เราได้ชม และเรียนรู้ถึงขั้นตอนการทำ เครื่องใช้พื้นบ้านต่างๆ ในสมัย โบราณ และได้อุดหนุนของที่ระลึก จากฝีมือชาวบ้านด้วยค่ะ

หาดไร่เลย์

เอาใจนักท่องเที่ยวขาลุย ที่ชื่นชอบการปีนหน้าผา ต้องมาที่ไร่เลย์ให้ได้ เพราะที่นี่ มีผาธรรมชาติ เขาหินปูนขนาดใหญ่ อยู่ล้อมรอบตัวหาด จึงเป็นสถานที่ที่นักปีนผาจากทั่วโลก นิยมมากันค่ะ หรือใครที่อยากมาสัมผัส ทะเลสวยๆ ก็ไม่ผิดหวังเช่นกัน เพราะที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นเกาะพีพี แห่งที่ 2 เลยล่ะค่ะ หาดไร่เลย์จะแบ่งเป็น 2 โซน ซึ่งเราสามารถเดินเท้าไปถึงกันได้ และยังมีทางปีนขึ้นไปชมลากูน ได้อีกด้วยค่ะ โดยจะแบ่งเป็น โซนหาดไร่เลย์ตะวันตก เหมาะกับการเล่นน้ำ เพราะมีหาดทรายขาว น้ำทะเลใส และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตก ที่มีวิวสวยงามมากๆค่ะ และโซนหาดไร่เลย์ตะวันออก เหมาะกับการ ปีนผา ไม่เหมาะกับการเล่นน้ำ เพราะเป็นป่าโกงกาง หาดจึงเป็นดินโคลนค่ะ

อ่าวนาง

ถัดไปไม่ไกลจากไร่เลย์ ก็จะเจออ่าว เป็นจุดต่อเรือไปยังที่ต่างๆ ของจังหวัดกระบี่ ที่นี่จึงมีรีสอร์ท โรงแรม ร้านอาหารตั้งอยู่มากมาย นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ จึงนิยมมาพักที่นี่กัน อ่าวนางมีหาดทรายที่สวยงามมาก ซึ่งติดอันดับที่ 2 ของชายหาดน่าเที่ยวของโลกรองจาก เคเบิล บีช บรูม จากออสเตรเลียเลยล่ะค่ะ แถมรอบหาดยังมีวิวสวยๆ จากภูเขาหินปูน ตัดกับน้ำทะเลสีมรกต ผืนทรายขาวละเอียด ดูสวยแปลกตาดีค่ะ มีสถานที่สุดฮิตของนักท่องเที่ยว คือ ถ้ำพระนาง ถ้ำหินงอกหินย้อย ในเขตอ่าวไร่เลย์ มีหาดสวยๆน่าเล่นน้ำ อย่าง หาดพระนาง หาดอ่าวนาง และยังมีเกาะใหญ่น้อยอยู่ถึง 83 เกาะเลยล่ะค่ะ ซึ่งเกาะที่ได้รับความนิยมเช่น เกาะปอดะ เกาะถ้ำ เกาะบะติงมิ้ง เกาะยาหมัน เกาะไก่ และเกาะทัพค่ะ นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็น จุดชมวิว ดูพระอาทิตย์ตก ที่สวยงามมากๆ ค่ะ

หมู่เกาะพีพี

เกาะที่ได้ขึ้นชื่อว่าติด 10 อันดับ เกาะสวยที่สุดในโลก เป็นแหล่งดำน้ำดูปะการัง ดอกไม้ทะเล และปลาทะเล มีสีสันสวยงามมากค่ะ นักท่องเที่ยวที่ชอบการดำน้ำ จึงไม่พลาดที่จะมาที่นี่กันค่ะ ที่นี่จะแบ่งการท่องเที่ยวเป็น 2 เกาะใหญ่ คือ เกาะพีพีดอน เป็นศูนย์กลางของเกาะพีพี มีบริการที่พัก ร้านอาหาร และท่าเรือ อย่างครบครัน เพราะเกาะนี้ มีหาดทรายสวย น้ำทะเลใส และมีวิวที่สวยมากๆเลยล่ะค่ะ ประกอบด้วย อ่าวต้นไทรอ่าวโละดาลัม อ่าวลิง และหาดยาว นักท่องเที่ยวจึงค่อนข้างเยอะพอสมควรค่ะ อีกเกาะเป็น เกาะพีพีเล เกาะนี้ค่อนข้างเงียบสงบค่ะ เพราะไม่ค่อยจะมีที่พัก และร้านอาหาร ไว้บริการ นักท่องเที่ยวจึงนิยมมาดำน้ำกันที่นี่ค่ะ จุดดำน้ำสุดฮิตของที่นี่ก็คือ บริเวณอ่าวปิเล๊ะ อ่าวโลซะมะ เกาะไม้ไผ่ และเกาะยูง ซึ่งสามารถดำได้ ทั้งน้ำตื้นและน้ำลึกได้เลยค่ะ

อ่าวมาหยา

อ่าวยอดฮิตสวยติดอันดับโลก และงดงามที่สุดบนเกาะ พีพีเลค่ะ ลักษณะเป็นเวิ้งอ่าวใหญ่ โอบล้อมด้วยเขาหินปูนสูง คล้ายกับทะเลใน หรือลากูน น้ำทะเลจึงไม่มีคลื่น นิ่งราวกับกระจก ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของ อ่าวมาหยาเค้าล่ะค่ะ ที่นี่น้ำทะเลสีฟ้าอ่อนใสมากๆ จนมองเห็นพื้นทราย ได้ชัดแจ๋วเลยล่ะค่ะ หาดทรายขาว และละเอียดมากๆเลยคะ จึงเหมาะกับการนอนอาบแดดบนพื้นทราย และเล่นน้ำเป็นอย่างยิ่ง หรือจะดำน้ำตื้นดู ปะการังโขด ดูปลา พร้อมเก็บภาพประทับใจ สวยๆ รับรองว่ามาแล้วไม่ผิดหวัง แน่นอนค่ะ สำหรับอ่าวนี้ เค้าไม่มีที่พักให้ค่ะ เพราะนักท่องเที่ยวนิยมเที่ยว แบบแวะเที่ยวพักผ่อน แล้วเดินทางเที่ยวต่อ ไปยังจุดต่างๆ ของเกาะพีพีค่ะ

น้ำตกธารโบกขรณี

น้ำตก ในอุทยานธารโบกขรณี ที่มีลำธารสีมรกตใส ไหลลงมาเป็นชั้นๆ เป็นน้ำตกเล็กๆ อยู่ท่ามกลางป่าไม้ พร้อมวิวสวยๆ กับบรรยากาศสงบ ร่มรื่น เย็นสบาย เหมือนได้หลุดเข้าไปอยู่ ในสระอโนดาต ของนางกินรีเลยล่ะค่ะ ใครจะมาพักผ่อน ปิกนิก ลงเล่นน้ำ หรือจะศึกษา ชมธรรมชาติ ตามเส้นทาง สำรวจ ชมถ้ำ ที่ถ้ำผีหัวโต ซึ่งมีภาพเขียนสีประวัติศาสตร์ และภาพเขียนด้วยสีธรรมชาติหลากสี มากกว่า 200 ภาพ ให้เราได้ชมกันชิลๆ ตามสะดวกเลยค่ะ หรือใครอยากจะเที่ยวล่องเรือชมถ้ำ ชมเกาะ กันให้เต็มอิ่ม แนะนำให้เที่ยวแบบพักค้างคืนค่ะ เพราะที่นี่เค้าก็มีบริการ บ้านพักและลานกางเต็นท์ มีร้านอาหาร และร้านกาแฟของอุทยานฯ เปิดให้บริการทุกวัน เลยล่ะค่ะ

หมู่เกาะห้อง หรือเกาะเหลาบิเละ

ชาวต่างชาติเรียกว่าลากูน เกาะในอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี ที่เหมาะแก่การพักผ่อนเป็นอย่างยิ่งค่ะ ด้วยบรรยากาศเงียบสงบ มีหาดทรายขาว ที่โค้งเป็นรูปนกบิน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเกาะนี้ค่ะ และยังมีน้ำทะเล สีมรกต ที่ใสสะอาด จนมองเห็นตัวปลาเล็กๆจำนวนมากเลยล่ะคะ ล้อมรอบด้วยทิวทัศน์ของแนวป่า สลับกับเขาหินสูงชันสวยงาม จึงถูกจัดให้เป็นเกาะที่มีชายหาดสวยติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลกเช่นกัน กิจกรรมฮิตของที่นี่ ก็คือ การดำน้ำตื้นดูปะการังสวยๆ เล่นน้ำ และพายเรือคายัค นอกจากนี้ยังมี ทะเลใน สระน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้านหลังของเกาะนี้ มีลักษณะคล้ายกับห้อง หรือลากูน มีความกว้างประมาณ 10 เมตร สามารถเข้าได้เพียงทางเดียว ภายในมีน้ำทะเลตื้นๆ ประมาณเมตรกว่าๆ มองเห็นพื้นทรายขาวสะอาด เหมาะกับการเล่นน้ำมากๆเลยคะ ซึ่งชาวประมงเค้าใช้เป็นที่หลบ กำบังคลื่นลม ในเวลาที่มีพายุนั่นเองค่ะ

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา

หรือ อุทยานฯ เกาะรอก-เกาะไหงในอดีต ประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่ 25 เกาะ ที่นี่เราสามารถ พักผ่อน เที่ยวและทำกิจกรรมทางทะเล กันได้อย่างเต็มอิ่มเลยล่ะคะ ไม่ว่าจะเป็น พักรีสร์อท ชมวิวสวยบนประภาคารสีขาว ที่แหลมโตนด ดูพระอาทิตย์ตก เรียนรู้วิถีชีวิตชาวเลดั้งเดิม เดินป่าชมธรรมชาติ บนเกาะลันตาใหญ่ หรือจะล่องเรือ พายเรือคายัค เที่ยวเกาะ พายเรือแคนู ที่เกาะตะละเบ็ง ดำน้ำลึกดูปะการัง ที่หินแดง และชมกระเบนราหู ที่เกาะห้า ซึ่งเสน่ห์การมาเยือนที่นี่ นอกจากเพื่อนๆ จะได้สัมผัสกับความสวยงามของทะเลแล้ว ยังได้ศึกษาธรรมชาติ และเรียนรู้ วิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวเลอีกด้วย มาที่เดียวที่เดียว ได้เที่ยวครบ คุ้มเกินคุ้มเลยคะ

จากทริป10 ที่เที่ยว จังหวัดกระบี่ดี๊ดี สวรรค์ของคนชอบเที่ยว ที่นอกจากจะมีทะเลสวยๆ ระดับโลกอยู่มากมายแล้ว ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย ให้คุณได้เที่ยวกันแบบครบครันอีกด้วย รับรองว่าใครได้มาเที่ยวกระบี่แล้วล่ะก็ คุณจะต้องเพลิน และต้องหาโอกาสที่กลับมาที่นี่อีก อย่างแน่นอนค่ะ

อยากเป็นบล็อกเกอร์ท่องเที่ยวเริ่มต้นยังไง นี่คือการเดินทางของผม

ถนนคนเดิน เชียงใหม่ - Chiang Mai walking street

ต้องออกตัวก่อนเลยว่าผมเองก็ยังไม่ได้เป็นบล็อกเกอร์ท่องเที่ยวเต็มตัวนะครับ แต่ที่ผมนำเสนอคือขั้นตอนและวิธีการที่ผมกำลังทำ เพื่อผลักดันตัวเองไปสู่การเป็นบล็อกเกอร์เต็มตัว เพราะฉะนั้น บทความนี้ผมเขียนในระหว่างทางครับ ไม่ใช่จุดสูงสุดที่ผมกลายเป็นบล็อกเกอร์ท่องเที่ยวเต็มตัวแล้ว

ทำไมถึงอยากเป็นบล็อกเกอร์ท่องเที่ยว

เตรียมความพร้อมยังไงบ้างกับการเป็นบล็อกเกอร์ท่องเที่ยว

ตั้งชื่อแบรนด์ตัวเอง

เริ่มออกแบบและทำเว็บไซต์สำหรับเขียนบล็อก

สร้างบัญชีบนโซเชียลมีเดียต่างๆ

การดูแลและต่อยอด โดยรวมแล้วผมทำอะไรบ้าง

10 ที่เที่ยวสุดฮิต ของจังหวัดชัยนาท ที่คุณต้องไปให้ได้

ความหมายของชื่อเมืองชัยนาท ถ้าแปลตามความหมาย นั้นก็คือ เมืองแห่งชัยชนะ ที่มีเสียงบันลือ เพราะในอดีต จังหวัดชัยนาทนี้ เคยเป็นเมืองยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ที่เอาไว้ตั้งกองทัพ เพื่อรับศึกกับพม่าหลายครั้ง และทุกครั้งเนี่ยได้ชัยชนะค่ะ ก็เลยเป็นที่มาของ ชื่อเมืองชัยนาทแห่งนี้ นั่นเอง

จังหวัดชัยนาท เป็นเมืองเก่าแก่ ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน กว่าพันปีเลยล่ะค่ะ อาจจะดูเหมือนเป็นแค่เมืองเล็กๆ ที่ผู้คนอยู่กันอย่างสงบ เรียบง่าย แต่มีความอุดมสมบูรณ์และมีสถานที่ท่องเที่ยว ที่น่าสนใจอยู่มากมายเลยล่ะค่ะ วันนี้เราก็เลยจะขออาสา นำเพื่อนๆ มาออกทริปกับ 10 ที่เที่ยวสุดฮิต ของจังหวัดชัยนาท ที่คุณต้องไปให้ได้ กันค่ะ ถ้าใครพร้อมแล้ว ก็ตามเรามาได้เลย

สวนนกชัยนาท

สถานที่นี้ หลายคนคงจะรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะที่นี่ คือ สวนนก ที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ในเอเชียเลยล่ะคะ ถ้าพูดถึงสวนนกชัยนาทแล้ว แน่นอนค่ะมันก็ต้องมีนกอาศัยอยู่ที่นี่ อย่างมากมายหลายชนิด แต่ที่นี่จะพิเศษกว่าที่อื่นๆ ก็คือ จะมีกรงนกยักษ์ ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียเลยล่ะค่ะ ซึ่งภายในกรงนั้น จะจำลอง ที่อยู่ตามธรรมชาติ ของนกกว่า 100 ชนิด ทั้งในและต่างประเทศ เช่น การสร้างน้ำตกเทียม ให้ได้เดินชิล อย่างเย็นกาย สบายใจ นอกจากนี้ในสวนนกชัยนาทยังมี โซนสัตว์น้ำ โซนสวนน้ำอวกาศ สวนสัตว์ สวนสุขภาพ และศูนย์วิทยาศาสตร์ท้องฟ้าจำลอง ให้นักท่องเที่ยวอย่างเราๆ ได้พักผ่อน หรือจะใช้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเด็กๆ ได้อีกด้วย

เขื่อนเจ้าพระยา

ออกจากสวนนก ก็แวะมาปิกนิกชมวิว หรือจะดูพระอาทิตย์ตก กันที่เขื่อนเจ้าพระยา ที่อยู่ใกล้ๆ กันต่อเลยค่ะ เขื่อนขนาดใหญ่ สร้างขึ้นเป็นแห่งแรกของประเทศ บริเวณเขื่อนมีวิว และมุมสวยๆ ให้เราได้อัพรูปแชร์อวดเพื่อนๆ อยู่หลายจุดเลยล่ะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นฝูงนกเป็ดน้ำ ที่ออกมาหากิน เป็นจำนวนมาก ทุ่งทานตะวัน วิถีชีวิตของชาวประมง อุโมงค์ต้นสัก ดูความงดงามของกัลปพฤกษ์ ชมธรรมชาติรอบเขื่อน และดูพระอาทิตย์ตกดิน ขอบอกว่าที่นี่ สวยมากเลยล่ะค่ะ ใครจะล่องเรือ ปั่นจักรยาน หรือจะเดินเล่นกินลม ชมวิวก็ได้ตามสไตล์

วัดปากคลองมะขามเฒ่า

มาถึงเมืองชัยนาทแล้ว เพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิต เราก็จะพาเพื่อนๆ มากราบ หลวงปู่ศุข พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง ด้านเครื่องรางของขลัง เมตตามหานิยมและแคล้วคลาด ที่วัดปากคลองมะขามเฒ่านี้ จะมีนักท่องเที่ยว ลูกศิษย์ลูกหา เดินทางมาทำบุญกันอย่างไม่ขาดสายเลยล่ะคะ ถึงแม้ว่า หลวงปู่ศุข ท่านจะมรณภาพไปเกือบร้อยปี แล้วก็ตาม ภายในวัดนั้น นอกจากจะมีรูปหล่อและหุ่นขี้ผึ้งของ หลวงปู่ศุข แล้วยังมี รูปหล่อ ภาพฝีพระหัตถ์และบันทึกสลักของกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ให้เราได้กราบไหว้ บูชาด้วยค่ะ

อนุสาวรีย์ขุนสรรค์

กราบพระกันแล้ว ก็มาไหว้ขอพร อนุสาวรีย์ขุนสรรค์ ชาวบ้านบางระจัน วีรบุรุษแห่งลุ่มแม่น้ำน้อย ของชาวอำเภอสรรคบุรี ที่เสียสละชีวิตอย่างกล้าหาญ ให้เราได้ระลึกถึงคุณงามความดีของท่าน ซึ่งที่นี่เค้าจะจัดงาน สมโภชประจำปี เพื่อบวงสรวง ดวงวิญญาณขุนสรรค์ ทุกวันที่ 19 มกราคม ถือเป็นประเพณีท้องถิ่น ที่สำคัญของจังหวัดชัยนาทเลยล่ะคะ

วัดพระบรมธาตุวรวิหาร

จากนั้นก็มาสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ที่วัดพระบรมธาตุวรวิหาร กันต่อเลย วัดนี้เป็นวัดโบราณคู่บ้าน คู่เมืองมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น ภายในวัดจะมี เจดีย์พระบรมธาตุ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า มีพระวิหารเก้าห้อง ซึ่งจะมี บ่อน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ที่มีน้ำออกมาตามธรรมชาติ มีอายุกว่า 700 ปี ภายในพระอุโบสถ มีพระพุทธรูปปูนปั้น ลงรักปิดทองขนาดใหญ่ ปางมารวิชัย สวยงามมากเลยคะ และยังมี หลวงพ่อเพชรจำลอง ที่กำลังก่อสร้างแทนองค์เดิม ที่กรมศิลปากรได้เก็บไว้ ให้เราได้ศึกษาประวัติศาสตร์ของเมืองชัยนาทกัน นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีประเพณีห่มผ้าพระธาตุเจดีย์ ที่จะจัดขึ้น ในเทศกาลเข้าพรรษาของทุกปี

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชัยนาทมุนี

เที่ยวเชิงประวัติศาสตร์กันต่อนะค่ะ ในบริเวณวัดพระบรมธาตุวรวิหาร จะมีพิพิธภัณฑ์ที่ได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึก แด่พระชัยนาทมุนี ซึ่งจะจัดแสดง ข้าวของเครื่องใช้โบราณ พระพิมพ์พระพุทธรูป และศิลปวัตถุโบราณต่างๆ ตั้งแต่สมัยทวาราวดีถึงสมัยรัตนโกสินทร์ ของจังหวัดชัยนาท และใกล้เคียง ให้เราได้ศึกษากันอย่างเต็มอิ่ม

ฟาร์มจระเข้วัดสิงห์

เรียนรู้ประวัติศาสตร์กันไปแล้ว ก็เปลี่ยนมาเที่ยวแบบผ่อนคลายกันบ้างนะคะ กับฟาร์มจระเข้วัดสิงห์ หรือฟาร์มจระเข้วสันต์ ซึ่งที่นี่ไม่ได้มีแต่จระเข้นะคะ เพราะที่นี่เค้าทำเป็นสวนสัตว์ขนาดย่อม ที่มีสัตว์หลายยชนิด ที่หาชมได้ยาก ไม่ว่าจะเป็น กวาง ปลากระเบน เสือโคร่ง อิกัวน่า และนกพันธุ์ต่าง ๆ ให้เราได้เข้าไปชมกันแบบฟรีๆ เลยล่ะคะ

สวนลิง

ชมสัตว์น่ากลัว และหายากกันไปแล้ว ก็มาชมสัตว์น่ารักๆ อย่างลิงกันบ้างนะคะ สวนลิงจะอยู่ภายในวัดธรรมิกาวาส หรือวัดค้างคาว บริเวณ ริมฝั่งซ้ายแม่น้ำน้อยจะเป็น ป่าต้นยางสูงซับซ้อน เป็นที่อาศัยของฝูงลิง จำนวนมาก ให้นักท่องเที่ยวได้มาชมความน่ารัก และพักผ่อนหย่อนใจ ชมธรรมชาติของป่า ที่ร่มรื่น เย็นสบาย และที่วัดนี้ ยังมีรูปหล่อหลวงพ่อเฒ่า ให้เราได้กราบไหว้ขอพร จากท่านอีกด้วย

เกาะเมืองท้าวอู่ทอง

มาเที่ยวชมธรรมชาติกันต่อนะคะ เกาะเมืองกลางบึงน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่นี้ ชาวบ้านที่นี่เค้าเชื่อว่า เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ค่ะ เพราะเกาะนี้เชื่อว่าขุดขึ้นเพื่อป้องกันข้าศึก (พม่า) จึงมีเรื่องเล่าถึงความศักดิ์สิทธิ์ของเกาะนี้มากมาย ซึ่งปัจจุบันเกาะนี้ มีบ้านเรือนหลงเหลืออยู่เพียง 3 หลังเท่านั้นค่ะ และบ้านเรือนที่นี่ เค้าจะไม่ใช้ไฟฟ้า และน้ำประปากันเลยนะคะ ทำให้เกาะเมืองท้าวอู่ทอง มีธรรมชาติที่สมบูรณ์ ให้เราได้มาพักผ่อนชมธรรมชาติสวยๆกัน และปัจจุบันมีการสร้างแพลูกบวบ ซึ่งเป็นแพไม้ไผ่ที่ยาวที่สุดในประเทศ เป็นซิกเนเจอร์ของที่นี่เลยล่ะคะ ใครจะล่องเรือชมนก ชมไม้ หรือปั่นจักยาน ข้ามแพลูกบวบ ชมวิวสวยๆ ก็ฟินกันไปเลยล่ะคะ

ชุมชนบ้านอ้อย

และขอส่งท้ายทริปนี้ ด้วยการแวะชม และช็อปของฝาก ที่ชุมชนบ้านอ้อยกันค่ะ ที่นี่เค้ามีสินค้าขึ้นชื่อ ของชุมชน ที่ชาวบ้านผลิตและขายเองทุกขั้นตอน นั่นก็คือ ผลิตภัณฑ์จากผักตบชวาค่ะ ซึ่งชาวบ้านที่นี่เค้าจะปลูกผักตบชวากันเอง แล้วก็เก็บผัก ตัดและนำไปตากให้แห้ง แล้วนำมาสาน เป็นสินค้าต่างๆ ให้เราได้เลือกซื้อจากแหล่งผลิตกันเลยค่ะ สำหรับใครที่ชอบงานแฮนด์เมค และอยากสัมผัสกับชีวิตความเป็นอยู่ ของชาวชุมชนบ้านอ้อ ก็ขอเชิญมาอุดหนุนกันนะคะ

จังหวัดชัยนาท ถึงจะเป็นแค่จังหวัดเล็กๆของภาคกลางตอนบน แต่กลับมีเรื่องราวต่างๆ ให้เราได้ศึกษา และยังมีสถานที่ท่องเที่ยว ที่หลากหลายและสวยงาม รอให้เราได้ไปเยือน และสัมผัสกับเมืองแห่งชัยชนะ ที่ขอบอกเลยคะว่า “คุณต้องไปให้ได้”

10 ที่เที่ยว น่าประทับใจ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

เมืองเก่า เมืองแห่งมรดกโลก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตที่โด่งดังไปทั่วโลก ทั้งคนไทยและต่างชาติ ต้องไม่พลาด เหมาะสำหรับการจัดทริปสั้นๆ สำหรับเพื่อนๆที่มีวันหยุดน้อย หรือไม่อยากนั่งรถไกลๆ ให้เหนื่อย จะไปแบบเช้าเย็นกลับ หรือจะพักค้างคืน ก็เลือกได้เลยตามสไตล์ ขอบอกเลยนะคะว่า ทริปนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวที่เพื่อนๆจะได้ทำกิจกรรมแบบครบรส ไม่ว่าจะเป็นสายบุญ สายกิน สายเที่ยวแบบเรียนรู้ สายรักธรรมชาติ หรือสายแอดเวนเจอร์ ก็สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของเพื่อนๆ ได้ทุกสไตล์ รับรองว่าจะได้เที่ยวเพลิน ไม่มีเบื่อเลยล่ะคะ ถ้าใครพร้อมแล้ว ก็ออกเดินทางกันเลยคะ

อุทยานประวัติศาสตร์อยุธยา

ภายใต้ชื่อ นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาและเมืองบริวาร บนพื้นที่ พันแปดร้อยกว่าไร่ มีโบราณสถานต่างๆ ให้ความรู้สึกเหมือนเราได้ย้อนเวลากลับไปสมัยอยุธยาเลยล่ะคะ ทั้งพระราชวังหลวง วัดสำคัญๆ อย่าง วัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดราชบูรณะ วิหารพระมงคลบพิตร วัดธรรมมิกราช วัดวรเชษฐาราม พระราชวังจันทร์เกษม วัดสุวรรณดาราราม เจดีย์พระศรีสุริโยทัย กำแพงและป้อมปราการกรุงเก่า (เกาะนอกเมือง) วัดไชยวัฒนาราม วัดใหญ่ชัยมงคล หมู่บ้านโปรตุเกส หมู่บ้านญี่ปุ่น เพนียดคล้องช้าง โบสถ์นักบุญยอเซฟ และโบราณสถานอีกมากมาย ให้เราได้ชมความอลังการ ความเจริญรุ่งเรือง และเกิดความภาคภูมิใจที่ได้เกิดบนแผ่นดินไทยค่ะ

วัดใหญ่ชัยมงคล

มาถึงอยุธยาก็มาไหว้พระ เสริมสิริมงคลกันค่ะ เราขอแนะนำวัดนี้ เป็นวัดเก่าคู่เมืองอยุธยา ในอุทยานประวัติศาสตร์อยุธยา เป็นวัดที่มีบรรยากาศร่มรื่น มีความสวยงาม อลังการมากเลยล่ะคะ จึงมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวอย่างไม่ขาดสาย โดยเฉพาะชาวต่างชาติ ซึ่งแลนมาร์คสำคัญของวัดนี้คือ เจดีย์องค์ใหญ่ ที่มีพระปูนปั้นเรียงราย อยู่รอบๆ ฐานเจดีย์ เพื่อเป็นอนุสรณ์ แห่งชัยชนะในการทำสงครามยุทธหัตถี ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และที่นี่ยังมี ตำหนักสมเด็จพระนเรศวร พระอุโบสถ วิหารพระพุทธไสยาสน์ ให้เราได้เข้าไป กราบไหว้ขอพร เรียนรู้ประวัติความเป็นมา และเก็บเกี่ยวความประทับใจ ของสถานที่แห่งนี้ ขอบอกเลยค่ะว่าสวยทุกมุม

บ้านฮอลันดา

มาต่อกันที่ หมู่บ้านของชาวดัตช์ในสมัยอยุธยา ปัจจุบันเหลือเพียงอาคารคลังสินค้าเดิม ที่นำมาปรับปรุงใหม่ เป็นพิพิธภัณฑ์ โดยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ของสมเด็จพระราชินีนาถเบียทริกซ์ แห่งเนเธอร์แลนด์ค่ะ ซึ่งสร้างเป็นอาคารก่ออิฐสีส้มสดใส 2 ชั้น สไตล์ฮอลันดา ที่ยังคงรูปแบบเดิมให้มากที่สุด จัดแสดงเรื่องราวของ ชาวดัตซ์ในสมัยอยุธยา ทั้งด้านการใช้ชีวิต ความเป็นอยู่ และความสัมพันธ์ระหว่างไทยและดัตช์ เดินชมกันเหนื่อยแล้ว ก็แวะมา จิบกาแฟดัตช์ และเมนูดัสซ์อร่อยๆ กันที่ คาเฟ่เก๋ๆ ซึ่งอยู่ด้านล่าง ของพิพิธภัณฑ์กันค่ะ หรือจะนั่งรับลมเย็นๆ ริมแม่น้ำ ชมวิวสวยๆ ก็ฟินกันไป แล้วอย่าลืมแวะซื้อของที่ระลึกน่ารักๆ กลับไปฝากคนที่เรารั

พระราชวังบางปะอิน

อีกพระราชวังเก่า ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ตั้งแต่สมัยอยุธยา จนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ในปัจจุบัน ถึงแม้จะเป็นวังเก่า แต่ก็ยังคงความสวยงามไว้อย่างสมบูรณ์ เลยล่ะคะ ตัวอาคารของพระราชวังแห่งนี้ จะมีหลากหลายสไตล์ให้เราได้ชม ทั้งแบบจีน ไทย ยุโรป และขอมค่ะ ซึ่งแต่ล่ะอาคารทั้งภายนอกและภายใน ขอบอกเลยค่ะว่า ตกแต่งได้อลังการมากๆ แถมบรรยากาศโดยรอบก็ร่มรื่นด้วยสวนสวย สามารถให้อาหารปลา และเต่าได้ด้วย เหมาะแก่การพักผ่อนกันแบบฟินๆ เพื่อนๆจะเดินชมแบบชิลๆ หรือจะเช่ารถกอล์ฟไม่ต้องเดินให้เหนื่อยก็ได้ค่ะ อ้อแล้วอย่าลืมแต่งกายสุภาพ ในการเข้าชมด้วยนะคะ

ตลาดน้ำอโยธยา

มาเที่ยวผ่อนคลาย ด้วยการเดินช้อป หรือล่องเรือกันชิลๆ ที่ตลาดน้ำโบราณ ที่ใหญ่ที่สุดในอยุธยา ที่นี่เค้าอนุรักษ์ความเป็นอยู่ ของคนในสมัยก่อนไว้ ทั้งสินค้า สถานที่ และการแต่งกายของพ่อค้าแม่ค้าทั้งหลาย มีร้านค้าริมน้ำ และเรือสินค้ามากมาย ซึ่งเค้าจะนำชื่ออำเภอต่างๆ ของจังหวัดอยุธยามาแบ่ง ร้านค้าเป็นโซนๆ ตามสินค้าขึ้นชื่อของแต่ละอำเภอ เช่น ตลาดบางปะหัน ก็จะขายพวกขนมโรตี ตลาดเสนา จะมีกุ้งสด ปลาเผา และตลาดบางซ้าย ก็จะมีเครื่องจักรสาน และที่นี่ ยังมีการแสดงพื้นบ้านและกิจกรรมต่างๆ รอบๆตลาดให้เราได้ชมกันด้วยค่ะ เรียกได้ว่ามาที่เดียวได้ครบทั้งช้อป กิน เที่ยว แถมเพื่อนๆ ยังจะได้ของฝากกลับไปกัน อย่างเต็มไม้เต็มมือแน่นอน

ตลาดน้ำทุ่งบัวชม

หากใครยังช้อปไม่หนำใจ เราขอแนะนำตลาดน้ำแห่งใหม่ของชาวอำเภอวังน้อยค่ะ ที่นี่เป็นตลาดน้ำย้อนยุคแบบไทยร่วมสมัย ดีไซน์เก๋ ที่ใครผ่านมาเป็นต้องแวะ เพราะต้องสะดุดตากับรูปหล่อหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ และหุ่นทรานส์ฟอร์เมอร์ขนาดใหญ่ ที่เป็นจุดเด่นของที่นี่ ในตลาด มีมุมสวยๆ ให้เราได้โพสท่าถ่ายรูปเพียบเลยค่ะ มีร้านค้ามากมาย สินค้าหลากหลาย ราคาเป็นกันเอง พ่อค้าแม่ค้าที่นี่ เค้าก็จะแต่งตัวแบบพื้นบ้าน มีการแสดงละคร การละเล่นแบบไทยๆ ให้เราได้ฟินกันไปค่ะ นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ เมืองจิ๋ว วิถีไทย ให้เราได้ชมความเป็นอยู่ของคนไทย ในสมัยก่อนที่น่าประทับใจ ซึ่งการมาที่นี่เพื่อนๆจะได้ทั้งช้อป ถ่ายรูปสวยๆ และกินของอร่อยๆกันจนเพลินเลยคะ

วังช้างอยุธยา แล เพนียด

มาถึงเมืองเก่า ก็ต้องแวะชมวังช้างอยุธยา สัตว์คู่บ้านคู่เมืองของคนไทย ที่ช่วยปกป้องดินแดนไทยจากศัตรู มาช้านาน ปางช้างแห่งนี้ เป็นสถานที่พักพิงของช้างไทย โดยเค้าจะ มีโครงการอนุบาลช้างน้อย ไปจนถึง โครงการบ้านพักช้างชรา มีการฝึกช้างแบบตำราหลวง ซึ่งช้างทุกตัวของที่นี่จะไม่ถูกล่ามโซ่เลยล่ะค่ะ จึงเดินกันไปมาอย่างอิสระ และมีความแสนรู้น่ารักมากๆค่ะ ที่นี่มีกิจกรรมให้เราได้ทำหลายอย่าง เช่นชมการแสดงของช้าง ถ่ายรูปกับช้าง ป้อนอาหารช้าง ลอดท้องช้าง ขี่ช้างชมเมือง ชมวิวสวยๆ หรือหากใครอยากใกล้ชิดกับช้างมากกว่านี้ ที่นี่เค้าก็มีที่พักค้างคืน ให้เราได้ลองใช้ชีวิตเป็นคนเลี้ยงช้าง ของหมู่บ้านช้างเพนียดหลวง สักครั้งหนึ่งในชีวิตค่ะ

พุทธอุทยานมหาราช

เพื่อความเป็นสิริมงคล แคล้วคลาดในการเดินทางตลอดทริปนี้ ต้องมานมัสการหลวงปู่ทวด องค์ใหญ่ที่สุดในโลก ที่นี่นอกจากเราจะได้ขอพรหลวงปู่ทวดกันแล้ว ยังมีตลาดน้ำ ที่ขายสินค้าทั้งของกินและของฝาก ให้เราได้ทั้งช้อป ทั้งอิ่มท้องกันเต็มที่ มีร้านอาหาร ร้านกาแฟเป็นเรือนไม้ ตกแต่งด้วย เฟอร์นิเจอร์และของใช้แนวย้อนยุคอย่างมีสไตล์ เหมือนเราได้หลุดไปในอดีตเลยล่ะคะ และบริเวณที่สักการะองค์หลวงปู่ทวด จะมีศาลากระจกสี และลานรอบๆที่โอบล้อมด้วยทะเลสาบ บรรยากาศสงบ ร่มรื่นเย็นสบาย เป็นสถานที่ ที่น่ามาพักผ่อนมากๆค่ะ ก่อนกลับก็อย่าลืมบูชาองค์หลวงปู่ทวดสักองค์ กลับบ้านกันด้วยนะคะ

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา

มาชมความอลังการ น่าตื่นตาตื่นใจกับสมบัติของชาติ ของเมืองเก่าอยุธยากันค่ะ ที่นี่เค้าจะจัดแสดงโบราณวัตถุ ที่ล้วนเป็นสมบัติชาติสมัยอยุธยา มีการจัดแสดงให้เราได้เข้าชม อยู่ 3 อาคารค่ะ ซึ่งอาคารแรก จะแสดงศิลปะล้ำค่า จากทุกยุค ทุกสมัยของไทย ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูปปางต่างๆ เครื่องไม้จำหลัก เครื่องโลหะ เครื่องทอง และอัญมณีต่างๆ โดยฝีมือของช่างสมัยอยุธยา สวยงาม ตระการตามากเลยค่ะ มาที่อาคาร 2 กันต่อค่ะ ที่นี่จะแสดงศิลปะโบราณวัตถุ ทุกยุคทุกสมัยของไทย ให้เราศึกษาเปรียบเทียบกันค่ะ และอาคาร 3 จะแสดงเรือนไทยภาคกลาง ข้าวของเครื่องใช้ในอดีต ให้เราได้เรียนรู้ถึง วิถีชีวิตของคนในสมัยนั้น ใครที่มาที่นี่รับรองว่าจะต้องทึ่ง กับความรุ่งเรืองของอยุธยาในอดีต อย่างแน่นอน

พิพิธภัณฑ์ล้านของเล่นเกริกยุ้นพันธ์

มาย้อนวัยกันที่ พิพิธภัณฑ์ที่เต็มไปด้วย ของเล่นโบราณ และของสะสมหายาก ทั้งของไทยและของโลก อายุกว่า 100 ปี จนลงมาถึง 30 ปีกันค่ะ โดยเค้าจะจัดให้เข้าชมเป็นโซนๆ ทั้งด้านนอกอาคารที่จัดเป็นสวนสวย และบนอาคารสไตล์วินเทจ 2 ชั้นค่ะ ซึงชั้นแรกจะแสดง ของเล่นโบราณ ที่หาชมได้ยาก ตั้งแต่ยุคสุโขทัย อยุธยาจนถึงรัตนโกสินทร์เลยล่ะค่ะ ส่วนใหญ่ก็จะเป็น พวกตุ๊กตาดินเผา และยังมีของใช้สะสมโบราณต่างๆ อีกเพียบเลยค่ะ ขึ้นมาที่ชั้น 2 จะพบกับของเล่นต่างๆละลานตาเลยล่ะค่ะ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกโมเดลการ์ตูน ขนาดเท่าคน ของเล่นสังกะสี ตุ๊กตาไขลาน ตุ๊กตาเซลลูลอยด์ ของเล่นใส่ถ่าน ของเล่นสมัยใหม่ ก็มีให้เดินชมกันจนเพลินค่ะ ส่วนใครหิว ที่นี่เค้าก็มี ร้านอาหารย้อนยุค มีก๋วยเตี๋ยว ข้าวแกง และกาแฟโบราณ อร่อยๆ ไว้คอยบริการอีกด้วย

เที่ยวเมืองเก่า อยุธยากันแบบครบรส จัดเต็ม ทั้งได้บุญ ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ สัมผัสความเป็นไทย ผจญภัยบนหลังช้าง กินช้อปเที่ยวกันจนเต็มอิ่ม แถมยังเดินทางใกล้ๆ มีเวลาพักผ่อนกันชิลๆ วันหยุดนี้ เราหวังว่าเพื่อนๆ คงจะได้ประทับใจ กับทริปนี้กันนะคะ