เที่ยวแบบครบรส กับ 8 ที่เที่ยว จังหวัดจันทบุรี

เที่ยวจันทบุรี ประเทศไทย

จังหวัดจันทบุรี เป็นจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยว อย่างครบรส ทั้งภูเขา ทะเล น้ำตก หรือจะเที่ยวแบบตามรอย ย้อนยุค ชมสถานที่แห่งประวัติในอดีตก็ได้เลยค่ะ กับทริปนี้ เที่ยวกับแบบครบรส กับ 8 ที่เที่ยว จังหวัดจันทบุรี

ที่เพื่อนๆสามารถมาเที่ยวจังหวัดจันทบุรีนี้ เพียงจังหวัดเดียว ก็ได้เที่ยวกันแบบครบทุกอย่างเลยล่ะค่ะ ส่วนจะมีที่ไหนบ้างนั้น ใครอยากรู้ก็ตามมาดูกันเลย

ชุมชนเก่าริมน้ำย่านท่าหลวง

มาสัมผัสกับวิถีชีวิตของผู้คน ในขุมชนโบราณสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นชุมชนเดิมของชาวจีน และญวนในประเทศไทย ที่เคยเป็นย่านการค้าที่ใหญ่ที่สุดในสมัยนั้นเลยล่ะค่ะ ที่นี่มีสถาปัตกรรมโบราณ เป็นอาคารตึกแถวแบบ ทั้งแบบไทย แบบจีน ยุโรป และญวนที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว โดยการท่องเที่ยวที่นี่นั้น เราสามารถเดิน หรือจะปั่นจักรยานเที่ยวชม ชุมชนนี้ ในระยะทาง 1 กิโลเมตรได้เลยค่ะ จะแวะถ่ายรูป ชมข้าวของเครื่องใช้โบราณ ชมพิพิธภัณฑ์ของชุมชน ชมโบสถ์คาทอลิกจันทบุรี ช้อปของฝาก ของที่ระลึก และแวะกินของอร่อยๆ ที่ขึ้นชื่อของจังหวัดจันทบุรี เรียกได้ว่ามาที่นี่แล้ว เพื่อนสามารถได้เที่ยวครบทุกแบบกันเลยทีเดียวค่ะ

อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว

มาเที่ยวพักผ่อนชมน้ำตกสวย และใสจนเห็นฝูงปลา ทางกลางธรรมชาติที่สมบูรณ์ กันต่อที่นี่เลยค่ะ น้ำตกพลิ้วเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ ที่มีน้ำตลอดทั้งปี มีความใสมาก จนเห็นฝูงปลาที่ว่ายอยู่ใต้น้ำเลยล่ะค่ะ การท่องเที่ยวที่นี่ เราสามารถทำกิจกรรมได้มากมายค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเดินป่าตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ปิกนิก กินอาหาร เล่นน้ำตก ชมวิว และสามารถให้อาหารปลาได้อีกด้วย หรือใครจะมาตั้งแคมป์ อยู่ค่ายพักแรมก็สามารถมาติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของที่นี่ได้เลยค่ะ และที่นี่เค้าก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน มีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร เครื่องดื่ม และจุดกางเต้นท์ไว้คอบบริการอีกด้วยค่ะ นอกจากนี้ที่นี่ยังมี สถูปพระนางเรือล่ม มีลักษณะเป็นพิรามิด มีพระบรมอนุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี และอลงกรณ์เจดีย์ที่สร้างโดย พระประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อเป็นที่ระลึก ที่พระองค์ได้ทรงเคยเสด็จประพาส น้ำตกพลิ้วด้วยกัน เพื่อเป็นอนุสรณ์ ให้เราได้ระลึกถึงความรักของทั้งสองพระองค์ ณ ที่แห่งนี้นั่นเอง

ศูนย์ศึกษาพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน

อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สถานที่ท่องเที่ยงเชิงอนุรักษ์ และเพื่อการศึกษาระบบนิเวศของป่าชายเลน จากโครงการเนื่องมาจาก พระราชดำริของในหลวงรัชการที่ 9 โดยการท่องเที่ยวที่นี่นั้น เราจะเดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ไปตามสะพานไม้ที่ทอดตัวยาว กลางป่าโกงกางที่อุดมสมบูรณ์ เป็นระยะทาง 1.6 กิโลเมตรค่ะ โดยสองข้างทางนั้นจะมีความร่มรื่น เย็นสบาย เหมาะกับการพักผ่อน สามารถสูดลมหายใจได้อย่างเต็มปอดเลยล่ะค่ะ ซึ่งตามทางนั้นก็จะมีศาลาที่ให้ความรู้ถึง 10 ศาลาเลยล่ะค่ะ โดยกิจกรรมของที่นี่นอกจากการเดินป่า ศึกษาธรรมชาติแล้ว ก็สามารถขึ้นไปชมวิวมุมสูงกันที่ หอดูเรือนยอดไม้ ซึ่งมีความสูง  มีความสูงประมาณ 15 เมตร ชมการเพาะเลี้ยงปลาการ์ตูน ได้ที่ศูนย์เพาะเลี้ยงปลาการ์ตูน พายเรือคายักชมป่าชายเลน และถ้าโชคดีเราอาจได้ชมนก ซึ่งที่นี่มีนก กว่า 120 ชนิดเลยล่ะค่ะ

วัดเขาสุกิม

วัดที่อยู่บนเนินเขาสุกิม ท่ามกลางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งที่นี่มีพระพุทธรูปให้เรากราบไหว้ บูชา อยู่เป็นจำนวนมาก และแต่ละองค์มีขนาดใหญ่โต สวยงาม น่าเลื่อมใสมากๆค่ะ โดยการท่องเที่ยวที่นี่เราสามารถเดินขึ้นบันไดไป หรือจะนั่งรถรางไฟฟ้าขึ้นไปชมก็ได้ค่ะ โดยสถานที่ต่างภายในวัดได้เลยค่ะ โดยภายในวัดนี่มีทั้งสถาปัตยกรรม ศาสนสถานโบราณ และวัตถุโบราณอยู่อย่างมากมาย บนพื้นที่ 3,280 ไร่ เลยล่ะค่ะ มีพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึงของพระเกจิอาจารย์ชื่อดังมากมาย มีตึก 60 ปีเฉลิมพระเกียรติ เป็นตึก 4 ชั้น ที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกฐาน มีพระสรีระของ หลวงปู่ สมชาย ฐิตวิริโย ผู้ก่อตั้งวัด ให้เราได้กราบไหว้ นอกจากนี้ยังมีสถานที่ปฏิบัติธรรม และมีที่พักสำหรับผู้มาปฏิบัติธรรมอีกด้วย

เนินนางพญา

จุดชมวิวที่มีความสวยงามที่สุดของทะเลอ่าวไทยเลยล่ะค่ะ จึงเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ที่ต้องมาชมวิว และถ่ายรูปกันที่นี่ โดยบรรยากาศของที่นี้นั้นขอบอกเลยค่ะว่า ฟินและโรแมนติกสุดๆ จึงมีคู่รักจำนวนมาก นิยมที่จะนำกุญแจ มาคล้องเป็นสัญญารักระหว่างกันอีกด้วยค่ะ การท่องเที่ยวที่นี่เราสามารถนั่งรถกินลมชมวิว มาตามถนนเฉลิมบูรพาชลทิต หรือจะปั่นจักรยานมาตามเส้นทางของจักรยานก็ได้ค่ะ ซึ่งถนนแห่งได้ ได้รับคัดเลือกให้เป็น Dream destinations หรือถนนในฝัน จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยอีกด้วย เมื่อมาถึงก็เดินขึ้นไปชมวิว และถ่ายรูปบนเนินนางพญากันเลยค่ะ โดยวิวที่เห็นนี้จะเป็นภาพของท้องทะเลสีคราม ที่ตัดกับ ท้องฟ้า และขุนเขา และฉากของถนนที่สวยงาม และจุดนี้ก็ยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตก ซึ่งภาพวิวที่สวยงาม น่าประทับใจมากๆเลยล่ะค่ะ

หาดเจ้าหลาว

หาดทรายสีเหลืองละเอียด ตัดกับน้ำทะเลสีฟ้า ได้อย่างสวยงามและดูแปลกตา ที่นี่เป็นหาดสุดฮิตของชาวจันทบุรี ที่นิยมมาหลบร้อน และมาพักผ่อน นอนอาบแดด ลงเล่นน้ำกันที่นี่ค่ะ โดยบรรยากาศที่นี่มีความสงบ ร่มรื่นด้วยทิวมะพร้าว และต้นสนบริเวณชายหาด เหมาะกับการพักผ่อนมากๆค่ะ ซึ่งกิจกรรมสุดฮิตของที่นี่ก็คือการ ปิกนิก กินอาหารทะเลสดๆ อร่อยๆ ลงเล่นน้ำ เล่นบานาน่าโบ๊ท ขับเจ๊ทสกี หรือเช่าเรือท้องกระจก ชมความสวยงามใต้ทะเลก็ฟินไปอีกแบบ และที่นี่ยังคงมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ สามารถมองเห็นปูลมได้ตลอกแนวหาด โดยช่วงเวลาที่เหมาะกับการท่องเที่ยวของที่นี่ คือระหว่างเดือนพฤศจิกายน จนถึงเดือนพฤษภาคมของทุกปีค่ะ

หาดแหลมสิงห์

หาดทรายสีน้ำตาลอมแดง และน้ำทะเลสีฟ้าคราม เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะกับการพักผ่อน เพราะมีความสงบ ร่มรื่น แต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ทั้งที่พัก ร้านค้า ร้านอาหาร เครื่องดื่ม ห้องสุขา ห้องอาบน้ำ มีเตียงผ้าใบ จักรยานให้เช่า และมีเครื่องเล่น อย่าเจ็ตสกี และบานาน่าโบ๊ท ไว้บริการนักท่องเที่ยวตลอดแนวชายหาด นอกจากนี้ที่นี่ก็ยังมีศาลากลางน้ำ หรือศาลาลอยซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ ให้นักท่องเที่ยวได้นั่งชิลชมวิวกันอีกด้วย และยังสามารถล่องเรือ ไปเที่ยวชมเกาะจุฬา ที่อยู่ไม่ไกลจากชายฝั่งได้ด้วยค่ะ

อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ

เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีทั้งป่าดิบชื้น และป่าดิบเขา อยู่ในพื้นที่อุทยาน โดยกิจกรรมการท่องเที่ยวสุดฮิต ของที่นี่คือ การเดินสำรวจศึกษาธรรมชาติ เที่ยวน้ำตก อย่างน้ำตกกระทิง น้ำตกที่สูงถึง 13 ชั้น มีความสวยงามไม่แพ้น้ำตกดังๆเลยล่ะค่ะ โดยสามารถลงเล่นน้ำที่ชั้น 1-3 ได้เลยค่ะ หรือจะเที่ยวน้ำตกคลองช้างเซ น้ำตกคลองไพบูลย์ ซึ่งสามารถกางเต้นท์ ลงเล่นน้ำ และปิกนิกกันได้ที่นี่ค่ะ และเดินขึ้นเขา หรือจะนั่งรถขึ้นไปบนยอดเขาพระบาท สถานที่สุดฮิต ที่มีรอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้า ประดิษฐานอยู่ที่นี่ ซึ่งชาวพุทธต่างหลั่งไหลมาไหว้ สักการะขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ กันที่นี่อย่างไม่ขาดสายเลยล่ะค่ะ และที่นี่ยังเป็นจุดชมวิว ที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ ได้อย่างสวยงามมากๆ

จากทริปนี้ Journey of the finch หวังว่าเพื่อน คงจะได้ฟินกับ การเที่ยวแบบครบรส กับ 8 ที่เที่ยว จังหวัดจันทบุรี ที่ได้แนะนำให้เพื่อนๆ ได้ลองแพลนการท่องเที่ยว ในวันหยุดนี้กันดูนะคะ จะเที่ยวทะเล เล่นน้ำตก ชมธรรมชาติ ศึกษาประประวัติศาสตร์ สัมผัสกับวิถีชีวิตของผู้คน หรือจะไหว้พระ ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รับรองว่าหากใครได้มาที่จังหวัดจันทบุรีแห่งนี้ แล้วล่ะก็ เพื่อนๆ ก็จะได้ท่องเที่ยวกันแบบครบรส อย่างแน่นอน

8 ที่เที่ยวอ่างทองสุดฮิต ที่คุณไม่ควรพลาด

วัดม่วง อ่างทอง

จังหวัดเล็กๆ ใกล้กรุงเทพ อย่างจังหวัดอ่างทอง เป็นจังหวัดที่มีดี มีเสน่ห์น่าดึงดูดใจ และมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการได้ไปไหว้พระวัดชื่อดังต่างๆ การได้ชมวิถีชีวิตไทยๆ สโลว์ไลฟ์ของชาวบ้าน และได้ย้อนยุคกับการได้เดินเที่ยวตลาดโบราณ ลองมาสัมผัส และมาเยือนกันสักครั้งนึง กับทริปนี้ 8 ที่เที่ยวอ่างทองสุดฮิต ที่คุณไม่ควรพลาด

วัดจันทรังษี

มาถึงอ่างทองทั้งที ก็ต้องมากราบสักการะ หลวงพ่อสด องค์ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเป็นพระพุทธรูปองค์เหมือน สีทองอร่าม โดยมีความเชื่อว่า หากใครได้มากราบไหว้ขอพรท่าน แล้วได้สัมผัสกับฐานรูปหล่อ ของหลวงพ่อสด ก็จะทำให้สุขภาพดี ร่างกายแข็งแรง สดชื่นสดใส การงานราบรื่น และจะมีเงินสดใช้ ขาดมือ ตามชื่อของหลวงพ่อนั่นเองค่ะ โดยวัดแห่งนี้จะคลาคล่ำไปด้วยผู้คน จากทั้งสารทิศ ที่มีความศรัทธา ในบารมีของหลวงพ่อสด ได้เดินทางมากราบไหว้ อย่างไม่ขาดสาย บรรยากาศภายในวัด ก็ยังสวยงามด้วย สถาปัตยกรรม สวนหย่อมรอบๆวัด ที่ให้ความสงบ ร่มรื่น เย็นสบายเหมาะแก่การได้พักผ่อน ทั้งกายและใจ นอกจากนี้ทุกวันเสาร์ อาทิตย์จะมีอาหารเจ ไว้คอยบริการฟรี ให้กับพุทธศาสนิกชน ทุกท่านด้วย

วัดขุนอินทประมูล

วัดโบราณสมัยสุโขทัย เป็นที่ประดิษฐานพระนอน ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย โดยฝั่งตรงข้ามของพระนอนนี้ ก็จะมีศาลขุนอินทประมูล ซึ่งเป็นนายอากร ผู้สร้างพระนอนองค์นี้ โดยได้ยักยอกเงินหลวงมาสร้าง จึงได้ถูกลงโทษ เฆี่ยนจนตาย อันเป็นที่มาของชื่อวัดแห่งนี้นั่นเอง และอีกหนึ่งไฮไลท์ของที่นี่ คือ โบสถ์ไฮเทคที่มีราคาถึง ร้อยล้าน เป็นโบสถ์ 3 ชั้นที่มีความไฮเทค คือ มีลิฟท์ และบันไดเลื่อน ที่สามารถขึ้นลงทางเดียวกัน ไว้คอยบริการญาติโยม และผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลาย นอกจากนี้จิตรกรรมฝาผนังที่นี่ ก็ยังมีความโดดเด่นคือ ภาพของเสื้อผ้า และอุปกรณ์ต่างๆ ที่เทวดาและนางฟ้าใช้นั้น ก็ยังมีความทันสมัย เป็นสิ่งของในยุคนี้เลยล่ะคะ หรือถ้าใครอยากจะมีภาพของตนเอง เป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังติดไว้ที่นี่ ก็สามารถนำภาพถ่าย มาให้ช่างศิลป์วาดก็ได้นะค่ะ เพื่อเป็นการทำบุญ ให้กับวัดได้อีกแบบค่ะ

พิพิธภัณฑ์ตำนานเมืองอ่างทอง

แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ของเมืองอ่างทอง ที่มีตำนานมาตั้งแต่สมัยทาราวดีเลยล่ะค่ะ โดยที่นี่นั้นเดิมเป็น สำนักงานเดิม ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดอ่างทอง ได้มีการปรับปรุงให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ตำนานเมืองอ่างทอง มีการจัดแสดงเรื่องราว ความเป็นมาของจังหวัดอ่างทอง โดยผ่านระบบมัลติมีเดียที่ทันสมัย ซึ่งมีการแบ่งโซนการจัดแสดงเป็น 9 ห้องค่ะ คือ 1.ตำนานเมืองอ่างทอง 2.เรืองรองยุคสมัย 3.พระบารมีปกเกล้าชาวไทย 4. เกียรติเกริกไกรคุณค่าคน 5. วีรชนไทยใจกล้า 6. ภูมิปัญญาผลิตผล 7. คุณค่าเมืองเรืองสกล 8. เปี่ยมกมลรักษ์อ่างทอง และ 9. แผ่นดินทองเอกลักษณ์ไทยค่ะ ใครที่อยากรู้จักกับจังหวัดอ่างทองให้ดีขึ้น ห้ามพลาดค่ะ

บ้านหุ่นเหล็ก

พิพิธภัณฑ์หุ่นยนต์ เป็นศูนย์รวมเหล่าฮีโร่ สถานที่เที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดอ่างทองค่ะ ที่นี่เค้าจะนำ เศษเหล็กที่หลายคนคิดว่าไร้ค่านี้ มาประกอบใหม่ให้เป็นหุ่นเหล็ก ของเหล่าฮีโร่ตัวโตๆ แบบเหมือนจริง มีขนาดใหญ่กว่าคนธรรมดาถึงเท่าตัว โดยหุ่นเหล็กที่นี่จะแบ่งเป็น 3 ขนาดคือ ขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็กค่ะ โดยบางตัวก็จะมีลูกเล่น ทำให้หุ่น สามารถเคลื่อนไหวได้ด้วยค่ะ หุ่นเหล็กเหล่านี้เป็นผลงาน การสร้างสรรค์ของนายไพโรจน์  ถนอมวงษ์ค่ะ กับอาณาจักรหุ่นเหล็ก ที่เต็มไปด้วยเหล่าฮีโร่ทั้งจากภาพยนตร์ และโทรทัศน์ค่ะ โดยเราสามารถเข้ามาชมความสวยงาม โดยซื้อบัตรเข้าชมเพียง 20 บาทและหากใครเกิดประทับใจ อยากเอากลับไปบ้านด้วยล่ะ ก็สามารถสั่งซื้อได้ทันทีเลยล่ะค่ะ

ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ

โครงการพระราชดำริ ของในหลวงรัชการที่ 9 โดยมีการพัฒนาอาชีพ และเพิ่มรายได้ให้แก่ชาวบ้านที่นี่ ด้วยการปั้นตุ๊กตาชาววัง โดยจะจัดแสดงตุ๊กตาชาววัง เป็นเรื่องราวตามประวิศาสตร์ และวัฒนธรรม ประเพณีของ วิถีชีวิตของคนไทย ในสมัยก่อน จนถึงปัจจุบัน ที่นี่เป็นอาคารทรงไทย 2 ชั้น มีชื่อว่า คุ้มสุวรรณภูมิ ชั้นล่าง เป็นที่ทำการของกลุ่มปั้นตุ๊กตาชาววัง มีการสาธิตการปั้นตุ๊กตา ทุกขั้นตอน นักท่องเที่ยวสามารถลงมือปั้นด้วยตนเองได้ด้วยค่ะ ส่วนชั้นบน จะจัดแสดง นิทรรศการตุ๊กตาชาววัง ที่เล่าเรื่องราวต่างๆ โดยผ่าน การจัดแสดงตุ๊กตาชาววังนี้ค่ะ หากใครได้มาที่นี่ ไม่เพียงแต่ ได้ชมโครงการพระราชดำริเท่านั้น แต่ยังได้ของฝาก ของที่ระลึกกลับไปฝากคนที่คุณรักอีกด้วย

วัดสังกระต่าย

ที่นี่เป็นอันซีนของจังหวัดอ่างทองค่ะ เป็นโบสถ์ร้างสมัยอยุธยา ที่มีความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ คือ มีต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ ขึ้นล้อมรอบโบสถ์ ผสานกันกับโบสถ์ทั้ง 4 ด้าน จึงช่วยปกคลุมโบสถ์ให้ได้รับร่มเงาจากต้นโพธิ์อย่างน่าอัศจรรย์ ภายในประดิษฐานหลวงพ่อแก่น ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่ถูกตัดเศียร ชาวบ้านได้ทำการบูรณะ โดยนำเศียรจากอำเภอวิเศษชัยชาญ มาต่อเข้ากับองค์พระเดิม ปัจจุบันกรมศิลปากร ได้ขึ้นทะเบียน วัดสังกระต่าย เป็นโบราณสถานแห่งใหม่ ให้นักท่องเที่ยวได้มาชม และได้ศึกษาประวัติศาสตร์ของวัดนี้ นอกจากนี้บรรยากาศของที่นี่ก็ยังร่มรื่น น่าพักผ่อน และยังมีร้านอาหาร เครื่องดื่ม ร้านขายของที่ระลึก จากชาวบ้าน ให้เราได้ช่วยกันอุดหนุนกันด้วยค่ะ

พระตำหนักคำหยาด

พระตำหนักเก่าแก่ สมัยอยุธยา โดยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ได้สร้างไว้เป็นที่ประทับแรม และต่อมา ขุนหลวงหาวัด หรือสมเด็จพระเจ้าอุทุมพร ก็ได้ใช้เป็นที่ประทับ เมื่อสละราชสมบัติให้ พระเจ้าเอกทัศน์ ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นพระตำหนักที่ถูกลืม ไร้หน่วยงานเหลียวแล ที่แม้แต่คนอ่างทองเองยังไปไม่ถูกเลยล่ะค่ะ โดยปัจจุบัน กรมศิลปากรได้เข้ามาบูรณะ และได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานไว้แล้วล่ะค่ะ ตัวพระตำหนักเป็นตึก ตั้งโดดเด่นอยู่กลางทุ่งนา ก่อด้วยอิฐ และฉาบปูนแบบโบราณ ตามเอกลักษณ์ของศิลปะสมัยอยุธยาตอนต้น ใครที่อยากจะมาศึกษาประวัติศาสตร์ ของจังหวัดอ่างทอง ได้ฉากย้อนยุคสวยๆ ในการถ่ายภาพ ต้องมาที่นี่ให้ได้ค่ะ

ตลาดวิเศษชัยชาญ

เอาใจขาเที่ยวช้อป ชิม กับตลาดโบราณ ของจังหวัดอ่างทอง ที่นี่มีของกินอร่อยๆ ขึ้นชื่อของจังหวัดอ่างทองมากมายเลยล่ะค่ะ และยังแสดงถึงวิถีชีวิต อันสงบ เรียบง่ายของชาวจังหวัดอ่างทองด้วย สิ่งปลูกสร้างอาคารบ้านเรือน ที่มีลักษณะเป็นตึกครึ่ง และไม้ครึ่งค่ะ เป็นสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างจีนกับไทย ได้อย่างลงตัว ซึ่งบ้านเรือนในตลาดวิเศษชัยชาญนี้ ล้วนมีอายุยาวนานกว่าร้อยปี มีบรรยากาศแบบดั้งเดิมให้เราได้สัมผัสกับกลิ่นอายของความเป็น เมืองวิเศษชัยชาญ เมืองหน้าด่านในสมัยอยุธยา นอกจากนี้ที่นี่ก็ยังมี เครื่องใช้ งานศิลปะ และมีเรือพาเที่ยว ชมทิวทัศน์ และชมชุมชนริมน้ำ ได้ทั้งสองฝั่งแม่น้ำอีกด้วยค่ะ

อ่างทองเป็นจังหวัดเล็กๆใกล้กรุง แต่กลับมีประวัติศาสตร์ที่แสนจะยาวนาน ผู้คนมีวิถีชีวิต ที่สงบเรียบง่าย และยังคงรักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรม และประเพณีดั้งเดิมไว้ได้เป็นอย่างดี สมกับที่เป็นเมืองเก่า อย่างเมืองวิเศษชัยชาญ ในสมัยอยุธยา เป็นยังไงบ้างค่ะเพื่อนๆ จากทริป 8 ที่เที่ยวอ่างทองสุดฮิต ที่คุณไม่ควรพลาด หวังว่าบทความนี้คงจะเป็นไกด์ไลน์ให้เพื่อนๆได้ ทำความรู้จักกับจังหวัดอ่างทอง ได้มากขิ่งขึ้นนะค่ะ แล้วเพื่อนๆจะได้รู้ว่า จังหวัดเล็กๆอย่างจังหวัดอ่างทองนี้ ก็เสน่ห์ไม่แพ้ที่ใดๆเลยล่ะค่ะ

8 ที่เที่ยวพิจิตร เมืองเล็กๆ แต่มีเสน่ห์มากมาย

จังหวัดพิจิตร หรือเมืองชาละวัน มีความหมายว่าเมืองงาม เป็นเมืองเก่าแก่ ในสมัยสุโขทัย ถึงแม้จะเป็นแค่จังหวัดเล็กๆ แต่กลับมีเสน่ห์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น สถานที่ท่องเที่ยว ทางธรรมชาติที่สวยงาม เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ อันน่าเรียนรู้ และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน ที่น่าลองไปสัมผัสกันดูสักครั้ง วันนี้เพจการเดินทางของนกกระจิบของเราก็เลยจะมาชวนเพื่อน ๆ ไปออกทริป เที่ยวเมืองพิจิตรกับ 8 ที่เที่ยวพิจิตร เมืองเล็กๆ แต่มีเสน่ห์มากมาย กันนะคะ ส่วนจะมีสถานที่ไหน น่าสนใจบ้างนั้นก็ตาม มาดูกันเลย

บึงสีไฟ

สถานที่พักผ่อนสุดฮิต ของชาวพิจิตร ที่ใครมาถึงพิจิตรก็ต้องแวะ มาที่นี่เป็นที่แรกเลยล่ะค่ะ ที่นี่เป็นบึงขนาดใหญ่ ถูกสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระชนมายุครบ 80 พรรษา ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โดยไฮไลท์ของที่นี่ก็คือ รูปปั้นจระเข้ขนาดใหญ่ หรือพญาชาละวัน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองพิจิตรนั่นเอง ด้วยบรรยากาศที่ร่มรื่น เย็นสบายเหมาะกับการพักผ่อน เดินเล่นรับลมชิวๆ หรือจะนั่งเรือปั่นชมวิวสวยๆ นั่งพักบนศาลากลางน้ำ ให้อาหารปลา และชมพระอาทิตย์ตก กลางบึงสีไฟ พร้อมสูดอากาศบริสุทธิ์ๆกันให้เต็มปอด คุ้มค่ากับการได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ จนคุณหายเหนื่อยเลยล่ะค่ะ และทุกๆปีในช่วงเทศกาลลอยกระทง ที่นี่เค้าก็จะจัดงานลอยกระทงได้อย่างยิ่งใหญ่ ตระการตา ที่คุณต้องลองมาให้ได้สักครั้งค่ะ

วัดสุขุมาราม

มาไหว้พระขอพร พระนอนที่ยาวที่สุด เป็นอันดับสามของประเทศค่ะ ที่นี่เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม และเป็นที่ประดิษฐานพระนอน หรือพระพุทธรูปปางไสยาสน์สีทอง ขนาดใหญ่ มีความยาวถึง 50 เมตร ซึ่งมีความสวยงามอลังการมากๆเลยล่ะค่ะ นอกจากที่นี่ ยังมีตัวอาคารที่ก่อสร้าง แบบศิลปะร่วมสมัย ใช้เป็นที่ปฏิบัติธรรม ท่ามกลางต้นไม้น้อยใหญ่ ให้บรรยากาศที่สงบ ร่มรื่นเย็นสบาย มีวิหารหลวงพ่อเขียน ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อเขียน เกจิอาจารย์ชื่อดังของที่นี่ และยังมีเจดีย์หลวงปู่ปาน ให้เราได้กราบไหว้ขอพร เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนออกเดินทางไปทริปต่อไปกันค่ะ

วัดห้วยเขน

ไหว้หลวงพ่อเงิน อีกหนึ่งพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง ซึ่งเป็นที่เลื่อมใสศรัทธา ของผู้คนที่นี่ และกลุ่มนิยมพระเครื่องค่ะ โดยมีความเชื่อ ในความศักดิ์สิทธิ์ของ การปลุกเสกพระ และวัตถุมลคลต่างๆ ของหลวงพ่อเงิน ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็น ของหายาก มีราคาสูง ที่เหล่าเซียนพระทั้งหลาย ต่างก็ต้องการบูชามา เพื่อความเป็นสิริมงคลของตนเอง ในเรื่องการแคล้วคลาด และฟันแทงไม่เข้าอีกด้วย วัดแห่งนี้เป็นวัดเก่าแก่ สมัยรัชกาลที่ 6 โดยภายในโบสถ์แห่งนี้ มีศิลปะที่กรมศิลปากร ได้ขึ้นทะเบียนอนุรักษ์ไว้ นั่นก็คือ ภาพจิตรกรรมฝาผนัง ซึ่งเป็นภาพวาดแบบโบราณ ที่ไม่มีการตกเพิ่มเติมใดๆ ควรค่าแก่การรักษาไว้มากๆค่ะ โดยจะแสดงเรื่องราวของ พุทธประวัติ และรามเกียรติ์ ที่นอกจากเราได้ไหว้พระ ขอพร และบูชาวัตถุมงคล จากพระเกจิอาจารย์ชื่อดังแล้ว ก็ยังได้ชมความสวยงามของโบราณสถาน แห่งนี้กันอีกด้วย

บึงน้ำกลัด

เป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่เหมาะกับการพักผ่อนหย่อนใจ กับบึงกว้างกว่า 120 ไร่ กับการได้สัมผัสกับบรรยากาศ ความเป็นธรรมชาติ ที่ร่มรื่นเย็นสบาย พร้อมกับการได้ชมฝูงนกน้ำอพยพ อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็น นกเป็ดน้ำ นกตับแค และนกกระยางขาว โดยเราจะสามารถชมได้ ในช่วงเดือนธันวาคม ของทุกปีค่ะ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสุดฮิตของที่นี่ ก็คือ การตกปลาในบึง ที่มีอยู่มากมายหลายชนิด ทั้งฝูงปลาจีน และปลาสวายตัวโตๆ ที่กำลังรอเหล่านักตกปลาทั้งหลาย ให้มาเยือนที่นี่กันสักครั้ง

อุทยานเมืองเก่าพิจิตร

เมืองเก่าของชาละวันในตำนาน ในสมัยพระยาโคตรบอง บนพื้นที่กว่า 400 ไร่ เป็นแลนมาร์คของที่นี่ ที่ใครมาถึงพิจิตรแล้ว จะต้องแวะมาให้ได้ค่ะ โดยอุทยานแห่งนี้ ถูกโอบล้อมด้วยพรรณไม้หลากชนิด ที่ให้ความร่มรื่น เย็นสบาย เป็นโบราณสถานที่ประกอบไปด้วย พระธาตุเจดีย์ทรงลังกา มีด้านหน้าเป็นที่ตั้งของ วิหารเก้าห้อง และด้านหลังเป็นพระอุโบสถค่ะ และไฮไลท์ของที่นี่ ก็คือถ้ำชาละวัน ในตำนาน ซึ่งมีความเชื่อว่าถ้ำแห่งนี้ จะเชื่อมไปยังเมืองบาดาล และอาจจะเป็นที่หลบภัยของคนในสมัยนั้น ด้านหน้าถ้ำ จะมีรูปปั้นชาละวัน และไกรทอง โดยปัจจุบันดิน ได้พังลงมาจนปิดปากถ้ำเอาไว้ จนไม่สามารถเดินเข้าไปในถ้ำได้อีก และมีเกาะศรีมาลา เป็นเกาะเล็กๆ ที่เป็นมูลดิน มีคูล้อมรอบเกาะ ซึ่งน่าจะเคยเป็น ป้อม หรือหอคอยรักษาการณ์ และอย่าลืมมาไหว้ศาลหลักเมือง ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานรูปปั้นของพระยาโคตรบอง กันด้วยนะคะ

วัดเขารูปช้าง

สักการะพระพุทธบาท เพื่อความเป็นสิริมงคล ให้กับตนเอง โดยวัดแห่งนี้ เป็นวัดท่ามกลางขุนเขา ถูกสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่5 มีเจดีย์ อยู่บนภูเขาหิน ที่มีลักษณะเหมือนช้าง เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อเตียง ซึ่งเป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง ของวัดแห่งนี้ นอกจากนี้ยังมีรอยพระพุทธบาท ที่ฝังลงไปในหินบนยอดเขา ขนาดยาว 5 ฟุต กว้าง 21 นิ้ว และส่วนของปลายเท้ามีความลึก 9 นิ้ว ซึ่งนอกจากเราจะได้สักการะพระพุทธบาทแล้ว ก็ยังได้ชมวิวสวยๆจากบนยอดเขาอีกด้วย

เหมืองแร่ทองคำเขาพนมพา

เหมืองแร่ทองคำ ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม การร่อนแร่หาทองคำแบบชาวบ้าน ซึ่งเป็นวิธีการถลุงทองคำแบบโบราณ บนเขาพนมพา บนพื้นที่กว่า 200 ไร่ โดยองค์การบริหารจังหวัดพิจิตรได้จัด ให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมกันได้ ทุกวัน ไม่มีวันหยุดเลยล่ะค่ะ ซึ่งนอกจากเราจะได้ชมการร่อนทองแล้ว ยังได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวบ้าน ที่มีอาชีพร่อนทองกันอีกด้วย และที่นี่ยังมีพิพิธภัณฑ์ ที่จัดแสดงเรื่องราวประวัติของเหมืองแร่ อุปกรณ์ของใช้ต่างๆในการทำเหมืองแร่ แถมเรายังได้เกร็ดความรู้ในการทำเหมืองแร่ ได้ลองร่อนทองเอง และยังได้ท่องเที่ยว ได้เรียนรู้เกี่ยวกับทองคำ กันจนเต็มอิ่มไปเลยล่ะค่ะ

ย่านเก่าวังกรด

ส่งท้ายทริปนี้ด้วยการเดินชิวๆ เที่ยวย่านเก่าวังกรดกันค่ะ ที่นี่เป็นชุมชนตลาดเก่า ของหมู่บ้านเล็กๆ ริมแม่น้ำน่าน ที่ยังคงใช้วิถีชีวิตดั้งเดิม ยังคงเสน่ห์แบบวันวาน ไว้ได้อย่างครบครันเลยล่ะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า เป็นตึกเก่าแก่ และบ้านไม้ ที่มีศิลปะผสมผสานระหว่างไทยจีน ได้อย่างลงตัว โดยมีอายุเกือบร้อยปี รวมทั้งสินค้าต่างๆ ก็ยังเป็นสินค้าแบบดั้งเดิม ซึ่งสืบทอดมาจากบรรพบุรุษจากรุ่นสู่รุ่น หากใครได้มาที่นี่แล้วล่ะก็ จะต้องหลงเสน่ห์ของความเป็นวันวาน และวิถีชีวิตของผู้คนที่แสนจะเรียบง่าย มีความเป็นกันเอง และอยู่กันอย่างสงบ กับการใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ เหมือนได้ย้อนเวลากลับไป ในโลกอดีตเลยล่ะค่ะ

เห็นไหมคะว่า จังหวัดพิจิตรนี้ ถึงแม้จะเป็นแค่เมืองเล็กๆ ที่ใครหลายคนอาจจะเห็น เป็นแค่เมืองทางผ่าน เพื่อขึ้นไปภาคเหนือนี้ กลับเป็นจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลาย และมีเสน่ห์ สามารถดึงดูดให้นักท่องเที่ยวที่ได้มาสัมผัสกับที่นี่กันแล้ว จะต้องได้ทั้งความสุข และความประทับใจ และหวังว่าเพื่อนๆจะต้องหาโอกาสที่จะกลับมาที่นี่กันอีกครั้ง อย่างแน่นอนเลยล่ะค่ะ

9 ที่เที่ยวจังหวัดตราดสุดฮิต ที่คุณต้องห้ามพลาด

เกาะช้าง จังหวัดตราด

จังหวัดตราด ที่นี่เป็นเกาะในฝัน เป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยวที่หลงใหล และชื่นชอบทะเล ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เพราะที่นี่มีเกาะสวยๆ หาดทรายขาวๆ น้ำทะเลใสๆ และธรรมชาติ ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ไว้ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้จังหวัดตราด ยังเป็นจังหวัดที่มีเรื่องราว ทางประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า ที่น่าศึกษา และน่าค้นคว้ามากๆเลยล่ะค่ะ ซึ่งวันนี้ทางเพจ การเดินทางของนกกระจิบ ก็เลยจะขอนำเพื่อนๆ ได้มาลองมาสัมผัสกับประสบการณ์ การท่องเที่ยว อันน่าประทับใจกับ 9 ที่เที่ยวจังหวัดตราดสุดฮิต ที่คุณต้องห้ามพลาด ส่วนจะน่าประทับใจ จริงหรือไม่นั้น ก็ตามมาดูกันเลย

พิพิธภัณฑสถานเมืองตราด

แหล่งเรียนรู้ ทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดตราด ที่ใครมาถึงจังหวัดตราดแล้ว ต้องแวะมาที่นี่กันก่อนค่ะ ซึ่งที่นี่มี เรื่องราวของจังหวัดตราดตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบันค่ะ และยังแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดตราด ในจุดต่างๆ ที่ควรไปไหนก่อน หรือหลังดี โดยการจัดนิทรรศการนั้น เค้าจะแบ่งเป็น 6 โซนค่ะ คือ ห้องมรดกธรรมชาติและวัฒนธรรมเมืองตราด ห้องผู้คนเมืองตราด ห้องลำดับเรื่องราว ทางโบราณคดีและประวัติเมืองตราด นอกจากนี้ ที่นี่ยังมี ตัวอาคารที่โดดเด่น ด้วยอาคารไม้ ที่เคยเป็นศาลากลางเก่า ยกพื้นใต้ถุนสูง มีหลังคาทรงปั้นหยา และบรรยากาศโดยรอบบริเวณ ก็สงบร่มรื่น เหมาะแก่การท่องเที่ยว เพื่อเรียนรู้ เรื่องราวของจังหวัดตราด ทุกๆอย่างเลยล่ะค่ะ

เกาะกูด

ที่นี่เป็นสวรรค์แห่งท้องทะเลตะวันออกค่ะ อันดามันแห่งทะเลตะวันออก กับหาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลใส สีราวกับมรกตเลยค่ะ แถมยังรายล้อมด้วย ต้นมะพร้าว ขุนเขา น้ำตกสวยๆ ป่าชายเลนที่สมบูรณ์ และยังมีแนวปะการัง หลากชนิดให้เราได้ดำน้ำ ชมความสวยงามอีกด้วย ซึ่งบรรยากาศของที่นี่ จะมีความสงบ ยังคงความเป็นธรรมชาติ ไว้เป็นอย่างดี เรียกได้ว่า หากเพื่อนๆได้มาสัมผัสกับที่นี่แล้วล่ะก็ จะต้องหลงเสน่ห์ และต้องกลับมาเยือนที่นี่กันอีกครั้ง อย่างแน่นอน โดยกิจกรรมสุดฮิต ของที่นี่ก็คือ เล่นน้ำ ดูปะการัง และพายเรือนั่นเองค่ะ หรือใครที่ชอบเที่ยวแบบแอดเวนเจอร์ ก็ขอแนะนำให้ มาเที่ยวป่าชายเลน และเที่ยวน้ำตกกันค่ะ โดยที่นี่มีน้ำตกใสๆสวยๆที่คนนิยมมากัน ก็จะมี น้ำตกคลองเจ้า และน้ำตกอนัมก๊ก เรียกว่ามาที่เดียว แต่ได้เที่ยวกันแบบครบครัน

เกาะไม้ซี้

ที่นี่เป็นเกาะส่วนตัว สวรรค์ของนักดำน้ำ เป็นเกาะอีกเกาะหนึ่ง ในหมู่เกาะกูดค่ะ ที่นี่มีจุดเด่นในเรื่องของ การมีแนวปะการังใต้น้ำ ที่สวยงามมากๆค่ะ โดยที่นี่จะมีแนวปะการัง ที่ชาวบ้านได้ช่วยกันสร้างขึ้นมา และปะการัง ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ และมีฝูงปลาทะเลมากมาย สีสันสดใจต่างๆมากมาย มาว่ายน้ำ ให้เราได้ชมความสวยงามกันแบบใกล้ชิด อีกด้วยค่ะ นอกจากนี้เรายัง สามารถทำกิจกรรมต่างๆได้อย่างเพลิดเพลิน ไม่ว่าจะเป็น ล่องเรือชมเกาะ อาบแดด เล่นน้ำ บนหาดทราย ชมวิวสวยๆ และยังสามารถชมฟาร์มผึ้ง สัมผัสกับความธรรมชาติกับแบบใกล้ชิด บนเกาะแห่งนี้ได้อีกด้วย

เกาะช้าง

เกาะสุดฮิต ที่มีลักษณะการเรียงตัวของเกาะน้อยใหญ่ กว่า 52 เกาะเหมือนรูปโขลงช้างใหญ่ ด้วยน้ำทะเลใส หาดทรายขาวละเอียด และยังเป็นป่าดิบเขาที่อุดมสมบูรณ์ จึงทำให้เกาะแห่งนี้ มีกิจกรรมการท่องเที่ยว ที่หลากหลาย ทั้งเดินชิลๆบนชายหาด เล่นน้ำ ดำน้ำ ล่องเรือ ปีนเขา เดินป่า เที่ยวน้ำตก และท่องเที่ยวเชิงเกษตร ให้เพื่อนๆได้ทำกิจกรรมกันอย่างไม่มีเบื่อเลยล่ะค่ะ ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิต บนเกาะนี้ก็คือ หาดทรายขาว ชายหาดที่สวยที่สุดบนเกาะช้าง จุดชมวิวไก่แบ้ ซึ่งเป็นจุดชมวิวยอดฮิต เดินช้อป ชมหมู่บ้านประมง กันที่หาดบางเบ้า แหลมไชยเชษฐ์ จุดชมพระอาทิตย์ตก ดำน้ำ ดูปะการัง ดูปลาที่หมู่เกาะรัง เกาะยักษ์เล็ก อาบแดด เล่นน้ำ ที่เกาะหวาย เที่ยวน้ำตกธารมะยม น้ำตกคลองพลู  น้ำตกคลองนนทรี  เที่ยวป่าชายเลน ที่บ้านสลักคอก ชมอ่าวสลักเพชร อ่าวใหญ่ที่สุดบนเกาะนี้ และรำลึกถึงวีรกรรมของ เหล่าทหารกล้า ที่อนุสรณ์สถานยุทธนาวีค่ะ

เกาะช้าง จังหวัดตราด
เกาะช้าง จังหวัดตราด

หาดทรายดำ

หาดทรายมหัศจรรย์ มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น คือทั้งหาดจะมีทราย เป็นสีดำ ตลอดแนวยาว ของป่าแหลมมะขาม ป่าชายเลน พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เป็นทรายบริสุทธิ์ หรือที่รู้จักกันในชื่อของ แร่ไลโมไนต์ ซึ่งเกิดจากการยุบตัวของเศษเหมือง และเปลือกหอยผสมด้วยควอตซ์ โดยชาวบ้านที่นี่เค้ามีความเชื่อว่า หากนำทรายดำมาหมกตัว จะสามารถรักษาโรคต่างๆ แต่จากการวิจัยพบว่า ทรายดำที่จริงนั้น ไม่สามารถรักษาโรคได้ แต่ช่วยทำให้ระบบการไหลเวียนเลือดดีขึ้น เพียงแค่นำเท้าไปหมกทราย หรือเพียงแค่ได้เดินบนหาดทราย ก็จะเป็นผลดีต่อสุขภาพเท้าของเราได้ค่ะ จึงทำให้ที่นี่ได้รับความสนใจ จากนักท่องเที่ยวทั่วโลกนั่นเองค่ะ และหากใครต้องการมาสัมผัสกับหาดทรายดำกันแบบเต็มที่ ขอแนะนำให้มาช่วงน้ำลงกันนะคะ โดยอาจสอบถามช่วงเวลาที่แน่นอน ได้จากเจ้าหน้าที่ของที่นี่ได้เลยค่ะ

เกาะหมาก

เกาะในฝันของคนรักทะเลอีกเกาะหนึ่ง ทริปท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ที่ลดการใช้พลังงาน และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ในอากาศให้น้อยลงได้ โดยที่นี่จะเน้นกิจกรรมที่ลดการใช้พลังงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดินเล่นชิลๆ ปั่นจักรยานชมเกาะ ล่องเรือ พายเรือคายัค ศึกษาธรรมชาติ ดำน้ำดูปะการัง และการแยกขยะก่อนทิ้งค่ะ จึงทำให้ที่นี่มีสิ่งแวดล้อมที่ดี น้ำทะเลใส และหาดทรายขาวสะอาดมากๆค่ะ ทำให้เราสามารถหายใจกันได้อย่างเต็มปอด สดชื่นสุดๆ เหมาะกับการได้มาพักผ่อนอย่างเต็มที่ ทั้งร่างกาย และจิตใจเลยล่ะค่ะ โดยที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย เช่น พิพิธภัณฑ์เกาะหมาก ที่จะบอกเล่าเรื่องราวของเกาะหมาก ให้เราได้รู้จักเกาะหมากได้ดียิ่งขึ้น อ่าวนิด ท่าเรือประจำเกาะ อ่าวแหลมสวนใหญ่ หาดที่สวยที่สุดบนเกาะหมาก อ่าวขาว แหล่งที่พัก รีสอร์ท และอ่าวไผ่-แหลมสน หาดทายสีแดง หาดที่เหมาะกับการเดินเล่น ชมวิวสวยๆรอบเกาะ

เกาะขาม

มาถึงเกาะหมากแล้ว ก็ต้องแวะมาเที่ยว เกาะขามกันด้วยนะคะ ที่นี่เรียกได้ว่าเป็นน้องของเกาะหมากเค้าล่ะค่ะ ที่นี่ได้รับสมญานามว่า มรกตแห่งท้องทะเลตราด เพราะความงามของธรรมชาติ ที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งใดๆ กับหาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลสีมรกตใส ประกอบด้วยโขดหิน บ้านเรือน และธรรมชาติอันบริสุทธิ์ ส่วนกิจกรรมสุดฮิตของที่นี่ ก็จะมี การตั้งแคมป์ทดลอง ล่องเรือ อาบแดด เล่นน้ำ และดำน้ำค่ะ และที่เป็นไฮไลท์ ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ เป็นจำนวนมาก ก็คือ ทะเลแหวกค่ะ โดยเวลาที่น้ำลงนั้น เราจะมองเห็นสันทราย ยาวประมารถ 500 เมตร ซึ่งเราสามารถเดินข้ามทะเล ไปอีกฝั่งได้เลยค่ะ

เกาะกระดาด

ไม่ไกลจากเกาะหมาก ด้วยลักษณะของเกาะ ที่แบนราบเหมือนกระดาษ และมีต้นกระดาด ขึ้นอยู่เป็นจำนวนมากบนเกาะ ซึ่งเกาะกระดาด นี้มาจาก พระราชหัตถเลขาของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงเป็นที่มาของชื่อเกาะนี้นั่นเอง ที่นี่เป็นหนึ่งในอันซีนของประเทศไทย เป็นเกาะส่วนตัว ที่ยังมีความเป็นธรรมชาติมากๆเลยล่ะค่ะ ด้วยหาดทรายขาว น้ำทะเลใส เป็นทุ่งหญ้าสะวันนา และมีฝูงกวางอาศัยอยู่ มากมาย เกือบพันตัว ซึ่งกิจกรรมสุดฮิต ของที่นี่ก็คือ การนั่งรถแทร๊คเตอร์ ชมเกาะ ชม และให้อาหารฝูงกวาง ดำน้ำ ดูปะการัง เดินเล่นรอบๆเกาะ อาบแดด เล่นน้ำ ชมพระอาทิตย์ขึ้น และตก อันแสนประทับใจ สมกับฉายาที่ว่า ซาฟารีแห่งท้องทะเลค่ะ

น้ำตกเขาสลัดได

เปลี่ยนแนวมาเที่ยวน้ำตกกันบ้างค่ะ เป็นน้ำตกใส กลางหุบเขา ที่โอบล้อม เป็นป่าดงดิบที่มี สวนผลไม้กั้น แต่ก็ยังคงมีความเป็นธรรมชาติ ที่สมบูรณ์ พร้อมด้วยบรรยากาศสงบ ร่มรื่น จึงเหมาะกับการได้พักผ่อนหย่อนใจ มากๆ โดยเราสามารถลงเล่นน้ำได้ ในบริเวณที่เป็นแอ่งค่ะ และนอกจากเพื่อนๆจะได้เล่นน้ำ หรือนั่งชมน้ำตกใสๆกันแล้ว ก็ยังสามารถดูนก ได้อีกด้วย ที่นี่เป็นป่าที่สมบูรณ์ จึงมีนกมากมาย หลากชนิดให้เราได้ดูนกกันอย่างน่าตื่นตา ตื่นใจ เช่น นกแซงแซว นกจับแมลง และนกปรอด

เป็นยังไงบ้างคะ กับทริป 9 ที่เที่ยวจังหวัดตราดสุดฮิต ที่คุณต้องห้ามพลาด ซึ่งจะเห็นได้ว่า แต่ละสถานที่นั้น มีความน่าสนใจ น่าประทับมากๆเลยใช่ไหมล่ะค่ะ วันหยุดนี้ก็เตรียม แพ็คกระเป๋า แล้วออกเดินทาง ไปกับทริปนี้กันเลยนะคะ

7 ที่เที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี ถ้าใครพลาดแล้วจะต้องเสียใจ

จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นจังหวัดในตำนาน ที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์อย่างยาวนาน อีกทั้งที่นี่ยังมี สถานที่ท่องเที่ยว และแหล่งเรียนรู้วิถีไทย ที่น่าสนใจอยู่มากมายเลยล่ะค่ะ ซึ่งวันนี้ Journey of the finch ก็จะชวนเพื่อนๆมาเที่ยวทริป 8 ที่เที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี ถ้าใครพลาดแล้วจะต้องเสียใจ ส่วนจะมีที่ไหนบ้างนั้น ถ้าเพื่อนๆอยากรู้แล้ว ก็ตามมาเลยคร้า

บึงฉวาก เฉลิมพระเกียรติ

ที่นี่ถือว่าเป็นแลนด์มาร์คของจังหวัดสุพรรณบุรีเลยล่ะค่ะ บึงน้ำตามธรรมชาติขนาดใหญ่ ที่เหมาะกับการพักผ่อน ชมความสวยงามของธรรมชาติ โลกใต้น้ำ และความน่ารักของสัตว์ต่างๆ ซึ่งการท่องเที่ยวของที่นี่ เค้าจะแบ่งเป็น 3 โซนด้วยกันค่ะ คือ อาคารจัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ หรืออควาเรียมค่ะ มีการจัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำหายากทั้งในและต่างประเทศ เพื่อนๆจะได้ตื่นตาตื่นใจกับ อุโมงค์ปลาฉลามที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย และยังมีจระเข้ให้เราได้ชมอย่างใกล้ชิดอีกด้วย โซนที่ 2 ก็จะเป็นสวนสัตว์ ที่มีสัตว์หลากหลายชนิด ให้เราได้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก และเพลิดเพลินกับความน่ารักของสัตว์แสนรู้ต่างๆ ส่วนโซนที่ 3 จะเป็นอุทยานผักพื้นบ้าน ซึ่งมีผักกว่า 500 ชนิดที่ทั้งแปลกและใหญ่สุดๆเลยล่ะค่ะ

วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร

วัดในตำนานอันเก่าแก่ ของจังหวัดสุพรรณค่ะ มาถึงจังหวัดสุพรรณบุรี ต้องไม่พลาดที่จะมากราบไหว้ ขอพรหลวงพ่อโต ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองกันนะคะ ภายในวัดแห่งนี้ นอกจากจะมีสถาปัตยกรรมที่สวยงามแล้ว ยังมีภาพฝาผนังและ ที่แสดงเรื่องราวในวรรณกรรมพื้นบ้านขุนช้างขุนแผน.

ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง – อุทยานมังกรสวรรค์

ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง อุทยานมังกรสวรรค์ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และเคารพนับถือของผู้คนที่นี่ค่ะ โดยเฉพาะมังกรสวรรค์ของที่นี่องค์ใหญ่มากๆเลยล่ะค่ะ ซึ่งเป็นอาคารชองพิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร จัดแสดงเรื่องราวของประวัติศาสตร์จีน ด้วยการจำลองรูปปั้น และสิ่งก่อสร้างต่างๆ ประกอบกับแสง สี เสียง ได้อย่างตระการตา และยังมีหมู่บ้านมังกรสวรรค์ ที่เหมือนกับยกเมืองลีเจียง มรดกโลกของประเทศจีน มาไว้ที่นี่เลยล่ะค่ะ ไม่ว่าจะกิน ช้อป ถ่ายรูป หรือจะดูหนัง 4D แห่งแรกของไทย ก็ฟินสุดๆ ได้ที่นี่ที่เดียวเลยคร้าขอบอก

สามชุกตลาดร้อยปี

เอาใจขาเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ด้วยการช็อป ชิม และชม บรรยากาศของตลาดตลาดจีนโบราณ ตลาดสามชุกตลาดร้อยปีกันค่ะ ตลาดแห่งนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำท่าจีน ที่มีอาคารร้านค้า สิ่งของ และสินค้าต่างๆ ที่ยังคงความเก่าแก่ ดั้งเดิมไว้อย่างครบถ้วนค่ะ นอกจากเพื่อนๆจะได้ ชมบรรยากาศคลาสสิกเก่าๆ ของตลาด ช็อปของฝาก และชิมของอร่อยๆกันแล้ว ยังได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของเมืองสามชุก กันที่พิพิธภัณฑ์บ้านขุนจำนงค์จีนารักษ์ ที่อยู่ในตลาดแห่งนี้อีกด้วยค่ะ

หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย (บ้านควาย)

หนีความวุ่นวายของเมืองกรุง มาท่องเที่ยวสไตล์ลูกทุ่งกันค่ะ ที่นี่เพื่อนๆจะได้สัมผัสกับวิถีแห่งท้องทุ่ง ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ ของควายไทยที่อยู่คู่กับชาวนามาช้านาน โดยที่นี่เค้าจะเลี้ยงควายไทยไว้กว่า 40 เลยล่ะค่ะ ซึ่งแต่ล่ะตัว อ้วนท้วน แถมยังแสนรู้ด้วยค่ะ กิจกรรมก็จะมี การโชว์ความแสนรู้ของควาย การไถนาโดยใช้ควาย การดำนา แล้วก็นั่งเกวียนชิวๆ ชมบรรยากาศท้องทุ่งกันต่อค่ะ นอกจากนี้ที่นี่ก็ยังมี เรือนไทยภาคกลาง เรือนแพทย์แผนไทย เรือนโหราศาสตร์ เกษตรตามพระราชดำริ สวนผีเสื้อ สวนกล้วยไม้ หมู่บ้านชาวนา และสวนสมุนไพร ให้เราได้ชมความสวยงาม แถมยังได้ความรู้อีกด้วย อ้อขากลับก็อย่าลืม ซื้อของที่ระลึกจากภูมิปัญญาชาวบ้าน กลับไปฝากคนที่คุณรักกันด้วยนะคะ

อุทยานแห่งชาติพุเตย

มาเที่ยวชมธรรมชาติ ดินแดนแห่งขุนเขากันค่ะ ที่นี่เป็นผืนป่าที่สมบูรณ์มากๆค่ะ เหมาะแก่การมากางเต้นท์ หรือพักค้างคืน ชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกในยามเช้า ที่ยอดเขาเทวดา เดินป่าชมสนสองใบ เล่นน้ำตก สำรวจถ้ำ และสัมผัสกับวิถีชีวิตของหมู่บ้านกระเหรี่ยงตะเพินคี่ หมู่บ้านในสายหมอก ที่ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งนี้ค่ะ ซึ่งชาวกระเหรี่ยงที่นี่ ยังคงวิถีชีวิตดั้งเดิมไว้ อย่างการทอผ้าเอง การปลูกพืชไร่ และการเลี้ยงสัตว์ ให้เพื่อนๆได้ศึกษาวิถีชีวิตของชุมชน ได้อย่างใกล้ชิดเลยล่ะค่ะ

อ่างเก็บน้ำหุบเขาวง

ที่นี่เป็นป่าชุมชน ที่เพื่อนๆ สามารถมาแค้มปิ้ง ท่ามกลางบรรยากาศสดชื่น เย็นสบายสุดฟิน ของปางอุ๋งสุพรรณแห่งนี้ ด้วยบรรยากาศ และวิวที่เหมือนกับปางอุ๋ง ที่แม่ฮ่องสอน ยังไงยังงั้นเลยล่ะค่ะ ส่วนที่พักเนี่ย เค้าก็มีให้เราได้เลือกทั้งแบบ กางเต้นท์ และแบบเรือนแพค่ะ ซึ่งเพื่อนๆจะได้สัมผัสกับบรรยากาศ ของธรรมชาติกันแบบเต็มอิ่ม เพราะที่นี่เค้าจะไม่มีไฟฟ้า ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ แถมยังไม่มีไวไฟ ให้เราเช็คอินเลยด้วยขอบอก มีแค่เพียงแสงจันทร์ แสงดาว และตะเกียง ยามค่ำคืน ให้อารมณ์โรแมนติกมากๆ ส่วนห้องน้ำ และอาหารการกินต่าง ๆ นี่ เค้ามีไว้บริการอย่างเพียงพอเลยล่ะค่ะ อ้อสำหรับใครที่จะมาที่นี่ จะต้องรับบัตรคิวกันก่อน ที่ ป้อมหน้าวัดพุน้ำร้อนค่ะ ซึ่งที่นี่จะรับจำนวนรถยนต์ได้แค่ 150 คันต่อคืน เท่านั้นนะคะ

เป็นยังไงกันบ้างคะกับ 7 ที่เที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี ถ้าใครพลาดแล้วจะต้องเสียใจ จะเห็นได้ว่าที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลาย ให้เราได้สัมผัส และเรียนรู้ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ดีๆ ชาร์ตแบตให้ตัวเองได้พร้อมสู้ กับวันข้างหน้าต่อไปค่ะ

9 ที่เที่ยวสุดชิล จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่คุณต้องไปสักครั้ง

ใครที่อยากจะมาเยือน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขอบอกเลยค่ะว่าทริปนี้ เพื่อนๆ จะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน เพราะที่นี่ ไม่ได้มีดีแค่ทะเลน้ำใส และเกาะสวย เท่านั้นนะคะ แต่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย หลากสไตล์ ให้คุณได้เที่ยวกันแบบชิลๆ คูล ๆ ให้วันหยุดของคุณ เป็นวันที่สุดแสนประทับใจ ทริปนี้เราจึงได้รวบรวม 10 เที่ยวสุดชิล จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่คุณต้องไปสักครั้ง มาให้เพื่อนๆได้ ใช้เป็นข้อมูล ในการวางแผนการท่องเที่ยว ในวันหยุด ที่จะมาถึงนี้ค่ะ ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้น ก็ตามเรามาเลยคะ

เขื่อนเชี่ยวหลาน หรือ เขื่อนรัชชประภา

เขื่อนหินทิ้งแกนดินเหนียวอเนกประสงค์ ในอุทยานแห่งชาติเขาสก ที่เที่ยวสุดฮิตของ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้รับสมญานามว่า กุ้ยหลินเมืองไทย ด้วยบรรยากาศสุดคูล ร่มรื่น เงียบสงบ เย็นสบาย พร้อมกับวิวที่สวยงาม ราวกับภาพวาด รอบบริเวณเขื่อน เต็มไปด้วย ภูเขาหินปูนธรรมชาติ แปลกตา อย่างภูเขาสามเกลอ ภูเขาหินปูนสามลูก ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางเขื่อน และที่อันซีนสุดๆ ก็คือ น้ำในเขื่อนแห่งนี้ มีสีเขียวมรกต และใสมากๆ เลยล่ะคะ ที่นี่จึงเหมาะแก่การพักผ่อนมากๆ ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อนแบบใกล้ชิดธรรมชาติ ชมหมอกในตอนเช้า พายเรือคายัค ล่องเรือส่องสัตว์ นอนแพ หรือจะเที่ยวแบบแอดเวนเจอร์ เดินป่า ชมน้ำตก ลุยเที่ยวถ้ำ แล้วคุณจะได้รู้ว่าสวรรค์บนดิน เป็นยังไง

สะพานแขวน วัดเขาพัง หรือ สะพานแขวนเขาเทพพิทักษ์

เขารูปหัวใจ สถานที่สุดโรแมนติก ที่คู่รัก และคนโสดที่ต้องการตามหาหัวใจ ต้องมาให้ได้ค่ะ ที่นี่อยู่ใกล้ๆกับเขื่อนเชี่ยวหลานนี่เองค่ะ เป็นสถานที่เที่ยวชมธรรมชาติ ที่ให้เราได้ชมสวยงาม บนสะพานแขวนข้ามคลองพระแสงค่ะ ซึ่งแลนมาร์คของที่นี่ ก็คือ เขารูปหัวใจ หินก้อนใหญ่มีรูปร่างคล้ายกับรูปหัวใจ บนเขาสูง เป็นฉากหลังสะพาน หากใครจะถ่ายรูป แนะนำให้เดินมาบริเวณกลางสะพานค่ะ เพื่อนๆก็จะได้ ฉากเขารูปหัวใจในมุมที่สวยสุด ๆเลยล่ะค่ะ นอกจากนี้ ที่นี่เค้าไม่ได้มีดี แค่วิวสวย ๆนะคะ เพราะเมื่อเพื่อนๆข้ามสะพานมา ก็จะพบกับ สวนผลไม้ ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านเขาเทพพิทักษ์ ซึ่งเราได้ได้กินผลไม้สดๆจากต้น อย่างทุเรียน มังคุด ลองกอง เงาะ มะพร้าว แถมยังมีร้านนั่งจิบเครื่องดื่ม กันแบบชิลๆ มีทีพักแบบโฮมสเตย์ และยังได้ซื้อของฝาก กลับมาฝากคนที่เรารักด้วยค่ะ

เกาะสมุย

มาถึงสุราษฎร์ทั้งที ใครไม่ได้มาเที่ยวเกาะสมุย ขอบอกเลยค่ะว่า คุณจะต้องเสียดายอย่างแน่นอน เพราะที่นี่คือ สวรรค์กลางอ่าวไทย เกาะสุดฮิต ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก ให้พากันตกหลุมรักที่นี่ ด้วยความสวยงามของทะเลสีฟ้าใส หาดทรายขาว ต้นมะพร้าวริมหาด และลิงจ๋อ ซึ่งเป็นเสน่ห์ของเกาะแห่งนี้ค่ะ เกาะสมุยไม่ได้มีดีแค่ทะเลอย่างเดียวนะคะ แต่ยังมี่ที่เที่ยว ทั้งชายหาดสวยๆ อย่าง หาดเฉวง หาดละไม หาดแม่น้ำซึ่งมีหินแกรนิตที่ถูกกัดเซาะ จนมีรูปร่างคล้ายอวัยวะเพศ ของชายและหญิง เรียกว่า หินตา หินยาย  มีน้ำตกใสๆ นอกจากนี้ยังมีวัด เจดีย์ ที่แสดงถึงศิลปวัฒนธรรม ของชาวท้องถิ่น ให้เราได้กราบไหว้ เพื่อความเป็นสิริมงคลอีกด้วย และอย่าลืมแวะซื้อของฝาก กะละแม ติดไม้ติดมือ กลับไปด้วยนะคะ

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง

หมู่เกาะสวยในทะเลอ่าวไทย ที่อยู่ไม่ไกลจากเกาะสมุยเลยล่ะคะ เพียง 20 กิโลเมตรเท่านั้นเอง ที่นี่น้ำทะเลเป็นสีเขียวมรกตใส หาดทรายขาวสะอาดตา อากาศดี วิวสวยสุดๆ น่ามาพักผ่อนมากๆค่ะ และยังประกอบเกาะถึง 42 เกาะซึ่งส่วนใหญ่เป็นเขาหินปูนสูงชัน ส่วนกิจกรรมของที่นี่ ที่นักท่องเที่ยวนิยม ก็จะมี พายเรือคายัค ดำน้ำตื้น เดินป่าศึกษาธรรมชาติ และเดินทางขึ้นผาจันทร์จรัส ที่ค่อนข้างชันไปยังจุดชมวิว ที่ระยะทาง 500 เมตร โดยมีเพียงเชือกเส้นเดียวให้เราได้ปีน แต่เมื่อไปถึงขอบอกเลยค่ะ คุ้มค่ามากๆ กับความสวยงามแบบ 360 องศา สมกับเป็นเกาะสวรรค์ที่คุณต้องประทับใจอย่างแน่นอนเลยล่ะค่ะ อ้อที่นี่ เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูมรสุม คือเดือน พฤศจิกายน-ธันวาคม ของทุกปี เค้าจะปิดให้บริการค่ะ นอกจากนี้ยังมีบริการ บ้านพัก มีเต็นท์ และสถานที่กางเต็นท์ ไว้บริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย

เกาะพะงัน

มาเที่ยวเกาะแบบชิลๆ กันต่อเลยค่ะ ที่เกาะแห่งฟูลมูน ปาร์ตี้ เกาะที่นักท่องเที่ยวทั่วโลก ต้องไม่พลาด กับปาร์ตี้ใต้แสงจันทร์ สุดมันส์ ที่หาดริ้นซึ่งจะจัดขึ้นทุกคนในวันที่พระจันทร์เต็มดวงค่ะ แต่สำหรับใครที่ชอบความสงบ และอยากสัมผัสกับธรรมชาติ ได้พักผ่อนอย่างเต็มอิ่มล่ะก็ มาที่นี่ก็ไม่ผิดหวังเช่นกันค่ะ เพราะในวันที่ไร้งานฟูลมูนปาร์ตี้  ทะเลที่นี่ก็สวย และสงบไม่แพ้ที่อื่นเลยล่ะค่ะ ทั้งหาดทรายขาว น้ำทะเลสีฟ้าใส กับวิวสวยๆ ของธรรมชาติที่สมบูรณ์ พร้อมบรรยากาศดีๆ ฟินสุดๆ นอกจากนี้ เกาะพงันยังมีสถานที่เที่ยว ทางธรรมชาติ ให้เราได้ไปเยือนกัน อีกเพียบเลยล่ะคะ ทั้งชมหาดสวยๆ อย่าง หาดแม่หาด เล่นน้ำตกใสๆ ไหลเย็น ที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกธารเสด็จ และเที่ยวอ่าว ที่มี ชายหาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลใส ให้เราได้เล่นน้ำ และทำกิจกรรมตามสไตล์ได้เลยค่ะ แถมที่นี่ยังมีวัดเก่าแก่ อยู่มากมาย ให้เราได้กราบไหว้ ทำบุญ ขอพร เรียกว่ามาที่นี่มีครบ ถือว่าคุ้มจริง ๆ เลยล่ะคะ

พระบรมธาตุไชยา

สุราษฏร์ไม่ได้มีดีแค่เกาะและทะเลนะคะ แต่ยังมีวัดเก่าแก่ ศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่เคารพของชาวเมืองไชยา มีเจดีย์ศิลปะสมัยศรีวิชัยที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ของพระพุทธเจ้า รอบองค์พระธาตุมีเจดีย์เล็กๆทั้ง ๔ ทิศ  ล้อมรอบด้วยวิหารคด ที่ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่น้อยใหญ่มากมาย ที่คุณจะต้องทึ่งในความสวยงามของวัดแห่งนี้ค่ะ นอกจากนี้ หากใครอยากเที่ยวพร้อมเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของที่นี่ ในฝั่งตรงข้าม ก็จะมีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ไชยา ให้เราชมความสวยงาม และรู้ประวัติของโบราณวัตถุ ซึ่งการมาที่นี่เพื่อนๆจะได้ทั้งอิ่มบุญ ได้ชมโบราณสถานและโบราณวัตถุที่น่าทึ่ง และได้ความรู้กันอย่างเต็มที่เลยล่ะค่ะ

เกาะเต่า

เกาะเล็กๆ กลางอ่าวไทย สำหรับใครที่ชอบ การดำน้ำไม่ควรพลาดเลยล่ะค่ะ เพราะที่นี่ โลกใต้น้ำที่สวย และสมบูรณ์ที่สุด เหมาะแก่การดำน้ำทั้งดำน้ำตื้น และดำน้ำลึกเลยล่ะคะ หรือใครอยากจะเล่นน้ำ อาบแดด ชมวิวสวยๆ ริมหาดทรายเนียนขาว น้ำทะเลใสสะอาด ที่นี่ก็มีหาดให้เราได้พักผ่อนมากมาย เช่น หาดทรายที่ยาวที่สุด อย่างหาดทรายรี หาดแม่หาด หาดปะการัง อ่าวแหลมเทียน อ่าวโฉลกบ้านเก่า อ่าวเทียนนอก  และอ่าวหินวง หรือจะทำกิจกรรมแบบแอดเวนเจอร์ อย่างเล่นกีฬาทางน้ำ พายคายัค ตกปลา จักรยานเสือภูเขา ขี่มอเตอร์ไซค์ และรถเอทีวีท่องเที่ยวตามหาดต่างๆ รับรองว่าเพื่อนจะได้ฟินไม่แพ้ที่อื่นเลยล่ะค่ะ นอกจากนี้ ยังมีการจัดงานเทศกาลงานเปิดโลกใต้ทะเลเกาะเต่า ซึ่งเป็นงานประจำปีของที่นี่ นักท่องเที่ยวต้องห้ามพลาดค่ะ

เกาะนางยวน

เกาะนี้เป็นเกาะเล็กๆ อยู่ใกล้เกาะเต่าเพียง 480 เมตร เองค่ะ ถึงจะเป็นเกาะเล็กๆ แต่กลับเป็นเกาะสวรรค์ ที่ขึ้นชื่อว่ามีความสวยงามที่สุด ในทะเลฝั่งอ่าวไทยเลยล่ะค่ะ ด้วยบรรยากาศเงียบสงบ หาดทรายขาวสะอาด น้ำทะเลสีฟ้าใสมากจนเห็นปลา และปะการังใต้น้ำที่สมบูรณ์ โดย กิจกรรมสุดฮิตของที่นี่ ก็คือ พักผ่อน เล่นน้ำ อาบแดด แล้วก็เดินขึ้นไปชมวิวที่จุดชมวิว ซึ่งใช้เวลาประมาณ 10 นาทีเองค่ะ โดยเราจะเห็นจุดแลนมาร์คของเกาะนี้อย่างชัดเจน ซึ่งจะมีลักษณะเป็นสันทรายที่เชื่อมเกาะเล็กๆ ทั้งสามเกาะเข้าด้วยกัน เป็นรูปตัววาย มีลักษณะคล้ายๆ ทะเลแหวก ที่จังหวัดกระบี่ แบบ 360 องศาสวยงามมากๆ เลยล่ะค่ะ และใครที่อยากชมโลกสวยๆใต้ทะเล ที่นี่ก็ยังเป็นจุดดำน้ำ ที่มีธรรมชาติที่สมบูรณ์อีกด้วยค่ะ

ตลาดน้ำประชารัฐบางใบไม้

ปิดท้ายทริปนี้ ด้วยการเดินชิล ช๊อป กินของอร่อยๆ กันค่ะ ที่นี่ เป็นตลาดน้ำอยู่ภายใน วัดบางใบไม้ค่ะ เพื่อนๆ จะได้ตื่นตากับของกินอร่อยๆ และสินค้าพื้นบ้านของชาวบางใบไม้มากมาย ขายกันถูกๆ ซึ่งเค้าจะเน้นใช้ภาชนะใส่อาหาร  จากวัสดุธรรมชาติ เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ดูเก๋มากๆเลยค่ะ ล่องเรือชมสวน ชมธรรมชาติสองฝั่งคลอง ลอดอุโมงค์ต้นจาก และแวะเดินตลาดน้ำในสวนมะพร้าว กันต่อเลยคะ ซึ่งที่นี่นอกจากจะได้กินของอร่อยๆ ช๊อปของฝาก ชมวิวสวย แล้วบรรยากาศยังดีมากๆเลยคะ ใครมาที่นี่ขอบอกว่าคุ้มมากๆ

เป็นยังไงบ้างค่ะกับทริป 9 ที่เที่ยวสุดชิล จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่เราได้คัดสรรมาให้เพื่อนๆ ได้ลองไปเที่ยว และสัมผัสกับความสวยงาม ของธรรมชาติ อย่างหาดทรายขาว น้ำทะเลใส และเกาะสวรรค์กันดูสักครั้ง แถมที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ทะเลสวยนะคะ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ทางธรรมชาติ อย่างป่าไม้ น้ำตกสวยๆ และตลาดน้ำ ให้เราได้กิน ซ้อปกันจนเพลิน ขอบอกว่า ถ้าคุณได้มาเที่ยวสุราษฏร์แล้วล่ะก็ คุณจะได้ทั้งความคุ้มค่า และความประทับใจกลับไปอย่างแน่นอนค่ะ

7 ที่เที่ยวจังหวัดอุทัยธานี จังหวัดใกล้กรุงที่คุณต้องห้ามพลาด

จังหวัดอุทัยธานี จังหวัดเล็กๆใกล้กรุง ที่เต็มไปด้วย เสน่ห์มากมาย ของสถานที่ท่องเที่ยว ทั้งธรรมชาติสวยๆ วิถีชีวิตผู้คนที่เรียบง่าย และวัดวาอารามต่างๆ มากมาย ให้เราได้มาสัมผัส มาท่องเที่ยวกันค่ะ วันนี้ Journey of the finch ก็จะชวนเพื่อนๆมาท่องเที่ยวแบบวิถีไทย ของเมืองสุดเก๋ กับ 7 ที่เที่ยวจังหวัดอุทัยธานี จังหวัดใกล้กรุงที่คุณต้องห้ามพลาด

วัดจันทาราม (ท่าซุง)

มาเที่ยวอุทัยทั้งที ก็ต้องมากราบหลวงพ่อฤาษีลิงดำ พระเกจิชื่อดัง ต้นแบบการฝึกกรรมฐานขั้นสูง ที่วัดจันทาราม หรือวัดท่าซุง ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจ ของชาวอุทัยแห่งนี้ค่ะ และหนึ่งในความงดงามของวัดนี้ วิหารแก้ว 100 เมตร ซึ่งเป็นวิหารที่สวยงามราวกับสวรรค์บนดินเลยล่ะค่ะ โดยหลวงพ่อฤาษีลิงดำได้สร้างไว้ เพื่อเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธชินราชจำลอง และเป็นที่เก็บรักษาสรีระของหลวงพ่อฤาษีลิงดำนั่นเองค่ะ อีกจุดที่สำคัญของวัดนี้ก็คือ ปราสาททองคำ กาญจนาภิเษก เป็นปราสาทสีทองทั้งหลัง มีความงดงาม ทั้งภายในและภายนอกมากๆเลย เพื่อ เป็นการถวายพระราชกุศล ในวาระที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองราชย์ 50 ปี นอกจากนี้ ก็ยังมี อาคาร และวิหารที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์ ที่พักปฏิบัติธรรม หลวงพ่อเงินไหลมา มณฑปพระศรีอาริยเมตไตรย์ เจดีย์พูดตาล ศาลา และอื่นๆ อีกมากมาย ให้เราได้เข้ามากราบไหว้ ขอพร ทำบุญ ปฏิบัติธรรม เพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิตกันค่ะ

แม่น้ำสะแกกรัง

ชมวิถีชาวแพ ด้วยการมาล่องเรือ บนแม่น้ำสะแกกรังกันค่ะ แม่น้ำแห่งนี้ มีมนต์เสน่ห์ที่น่าสนใจมากๆเลยค่ะ ทั้งชุมชนเรือนแพ วิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบชาวแพ การทำประมงน้ำจืด โดยการเลี้ยงปลาในกระชัง วิวสวยๆ ของธรรมชาติ บ้านและผู้คนริมน้ำ กับบรรยากาศเย็นสบายสุดฟิน ซึ่งการมาที่นี่นั้น เราขอแนะนำให้เพื่อนๆแวะนอนกันที่เกาะเทโพกันก่อนนะคะ ที่นี่เป็นเกาะน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย บนพื้นที่กว่า 10,000 ไร่ มีทั้งรีสร์อท และโฮมเสตย์สวยๆ ไว้อำนวยความสะดวก ให้นักท่องเที่ยวมากมาย จะเช่าจักยานปั่นเที่ยวชมเกาะ เดินช้อป ชิมกันต่อที่ตลาดเช้า จากนั้นก็มาลงเรือ กันที่ท่าเรือเทศบาล แล้วล่องเรือ ชมวิถีริมแม่น้ำสะแกกรังกันชิวๆ กันได้เลย

วัดถ้ำเขาวง

มาพักผ่อนกับสถานที่สวยๆ บรรยากาศดีๆ แถมได้ทำบุญกันค่ะ ที่นี่เป็นวัดศาลาทรงไทย มีความสวยงาม ตระการตา อยู่ท่ามกลางขุนเขา โอบล้อมด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ทั้งเขาหินปูน ป่าไม้เขียวขจี บ่อน้ำสะพานไม้ขนาดใหญ่ น้ำตกเทียม และสวนไม่ประดับอันร่มรื่น ซึ่งทำให้วัดนี้ มีบรรยากาศที่ดีสุดๆ เลยค่ะ เหมาะกับการมาพักผ่อน และปฏิบัติธรรม ให้จิตใจให้สงบ มีสมาธิดีมากๆค่ะ โดยจุดแลนมาร์คของวัดนี้ก็คือศาลาทรงไทยนั่นเองค่ะ ศาลาแห่งนี้มีด้วยกัน 4 ชั้น คือชั้นล่างเป็นลานอเนกประสงค์ ชั้นที่ 2 เป็นวิหาร ที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท และพระพุทธรูปให้เราได้กราบไหว้ ขอพร ชั้น 3 จะเป็นส่วนของกุฏิ และชั้นที่ 4 ก็จะเป็นโบสถ์นั่นเองค่ะ หรือถ้าใครอยากจะเที่ยวชมถ้ำ ที่เขาด้านหลังก็จะมีถ้ำอยู่ถึง 7-8 ถ้ำ ให้เราได้เข้าไปสำรวจกันอีกด้วย

วัดสังกัสรัตนคีรี

อีกหนึ่งวัดที่สวยงามไม่แพ้ที่อื่นเลยล่ะค่ะ วัดนี้อยู่บนยอดเขาสะแกกรังค่ะ เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองอุทัยธานีมาช้านาน ซึ่งเอกลักษณ์ของวัดนี้ก็คือ ขั้นบันได 449 ขั้นที่ขึ้นไปสู่ยอดเขา อันเป็นที่ตั้งของวัดนี้ หรือถ้าใครเดินขึ้นไม่ไหวก็สามารถขับรถขึ้นมาจอดบนเขาได้เลยค่ะ ที่นี่มีศาสนสถาน ที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเราควรกราบไหว้ เพื่อความเป็นสิริมงคลอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น พระบรมรูปสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกนาถ รอยพระพุทธบาทจำลองซึ่งประดิษฐานอยู่ใน สิริมหามายากุฏาคาร ระฆัง 100 ปี วิหารพระโพธิสัตว์กวนอิม และศาลารัชมังคลาภิเษก นอกจากนี้เรายังสามารถชมวิวสวยๆของเมืองอุทัยธานี ชมพระอาทิตย์ขึ้น และตกกัน บนเขาสะแกกรังที่นี่ที่เดียวค่ะ

ถ้ำหุบป่าตาด

มาผจญภัย ด้วยการออกสำรวจถ้ำพิศวง ดินแดนแห่งจูราสสิคพาร์คของเมืองไทยกันค่ะ ถ้ำหุบป่าตาดนี้ เป็นโถงถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ ที่ดูลี้ลับ ด้วยป่าต้นตาดดึกดำบรรพ์ ซึ่งหากเราได้ลอดถ้ำ เข้าไปภายในโถงถ้ำจะมืดสนิท โดยเมื่อเราใช้ไฟฉายส่องขึ้นไปบนเพดานถ้ำ ก็จะพบกับค้างคาวบัว ซึ่งเป็นค้างคาวพันธุ์ที่หาพบได้ยาก มากเลยล่ะค่ะ และเมื่อเราเดินไปจนสุดปลายทางของถ้ำ เราก็จะเห็นแสงสว่าง และความมหัศจรรย์ของป่าตาด ที่ราวกับได้ข้ามกาลเวลา เข้ามาในโลกยุคดึกดำบรรพ์โลกล้านปีเลยล่ะค่ะ ที่นี่เป็นป่าดิบชื้น ที่ยุบตัวลงมาจากการเคลื่อนที่ของเปลือกโลก ทำให้มีลักษณะเป็นหุบขนาดใหญ่แบบนี้คะ ใครที่ชอบการผจญภัย ชอบความลึกลับ และอยากลองสัมผัสกับบรรยากาศของโลกดึกดำบรรพ์แห่งนี้ ต้องห้ามพลาดนะคะ

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้ง

ท่องเที่ยวธรรมชาติ บนผืนป่าที่ใหญ่ที่สุดของไทย แหล่งมรดกโลกที่สำคัญ ที่นี่เป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ ด้วยป่าไม้ และสัตว์ป่าหายากต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะเสือชนิดต่างๆ และเสือดำซึ่งเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์อีกด้วยค่ะ ผืนป่าแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญอันน่าเศร้า และน่าจดจำเป็นอย่างยิ่ง นั่นก็คือ ผืนป่าแห่งนี้เป็นที่นิยม ในการล่าสัตว์ ของผู้มีอิทธิพลในประเทศ ทำให้เกิดเหตุการณ์ 14 ตุลา และเกิดมูลนิธิ  สืบ นาคะเสถียรขึ้น อันเป็นที่มาของ การได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก จากการจากไปของ สืบ นาคะเสถียรนั่นเอง ส่วนสถานที่ท่องเที่ยว ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้ง ที่น่าสนใจ ก็จะมี การเดินชม ศึกษาธรรมชาติ และสัตว์ป่า เที่ยวน้ำตก ชมอนุสรณ์สถานสืบ นาคะเสถียร และอย่าลืมแวะชมพระอาทิตย์ตก กันที่จุดชมวิวเขาภักดีกันด้วยนะคะ

น้ำตกผาร่มเย็น

น้ำตกไหลลงมาเป็นม่านน้ำบางๆ ดูคล้ายสายฝนที่โปรยลงมา ผ่านหน้าผาดิน ที่เต็มไปด้วยมอส ท่ามกลางผืนป่าสีเขียวห้วยขาแข้ง อันอุดมสมบูรณ์ ที่นี่เป็นน้ำตกขนาดกลาง มีความสูง 4 ชั้น และเป็นน้ำตกที่สวยที่สุด ในจังหวัดอุทัยธานี น้ำใสสะอาด และเย็นสดชื่นมากๆเลยค่ะ เราสามารถที่จะมองเห็นน้ำตกนี้ ได้จากถนนเลยล่ะค่ะ ซึ่งการเดินทางเข้าไป ก็แสนจะสะดวกสบาย จากลานจอดรถ เราสามารถเดินเท้าเข้าไป ที่ตัวน้ำตก ในระยะทางเพียง 400 เมตรเองค่ะ นอกจากนี้บริเวณน้ำตก ก็ยังมีที่เที่ยวที่น่าสนใจอื่นๆ อีกด้วยค่ะ อย่างเช่น หินพญาสุครีพ  และลานกินรี ใครที่ชอบการพักผ่อน ชมธรรมชาติ บรรยากาศสงบ สดชื่น เย็นสบายต้องไม่พลาดกันนะคะ

ก็จบไปแล้วนะคะกับทริป 7 ที่เที่ยวจังหวัดอุทัยธานี จังหวัดใกล้กรุงที่คุณต้องห้ามพลาด ไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหมคะว่า จังหวัดเล็กๆใกล้กรุง แห่งนี้จะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ มีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ มีศาสนสถานที่สวยงาม และศักดิ์สิทธิ์ แถมยังมีวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น ที่น่าสนใจมากๆ ค่ะ ซึ่งทั้งหมดนี้ก็คือสเน่ห์ที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยว อย่างเราๆต้องไปเยือนให้ได้ สักครั้งในชีวิต และต้องห้ามพลาดกันนะคะ

8 ที่เที่ยวจังหวัดสระบุรีสุดฮอต ที่คุณจะต้องฟินอย่างแน่นอน

จังหวัดสระบุรี เมืองแห่งทางผ่าน ประตูสู่ภาคอีสานและภาคกลาง แต่รู้ไหมคะว่า เมืองแห่งทางผ่านนี้ มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย หลากหลาย เต็มไปด้วยธรรมชาติ ขุนเขา สายน้ำ แหล่งธรรมมะ และฟาร์มเกษตร อีกทั้งยังได้ตื่นตาตื่นใจกับการท่องเที่ยวแบบแอดเวนเจอร์ด้วยนะคะ ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ล่ะที่นั้น รับรองว่า น่าสนใจไม่แพ้จังหวัดอื่นๆ เลยล่ะค่ะ วันนี้ Journey of the finch ก็จะชวนเพื่อนๆ มาเที่ยวจังหวัด สระบุรี ถ้าใครพร้อมแล้วก็ตามมากันเลย

วัดพระพุทธฉาย

มาถึงสระบุรีทั้งที ต้องมาที่นี่ค่ะ วัดพุทธเจ้าฉาย วัดท่ามกลางป่าไม้และขุนเขา เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธฉาย หรือเงาของพระพุทธเจ้า ในลักษณะประทับยืน ปรากฏอยู่ที่ผาหินค่ะ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ามหัศจรรย์มากๆค่ะ ซึ่งรอยนี้ได้ถูกค้นพบในสมัยอยุธยา ตรงกับแผ่นดินของพระเจ้าทรงธรรม ใครที่ต้องการมากราบไหว้ก็ต้องเดินขึ้นบันได ไปบนยอดเขา และยังมีรอยพระพุทธบาทเบื้องขวา ประดิษฐานอยู่ภายในมณฑปน้อยด้วยค่ะ ซึ่งนอกจากเราจะได้กราบไหว้ ขอพรพระพุทธฉาย และรอยพระพุทธบาทกันแล้ว เรายังสามารถชมวิวสวยๆสูดอากาศดีๆ บนเขาพุทธฉาย และบริเวณด้านล่างก็จะมีฝูงลิงน่ารัก ให้เราได้ถ่ายรูปน่ารักๆ และให้อาหารได้อีกด้วยค่ะ

วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร

เป็นวัดพระอารามหลวงชั้นเอก ที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทศักดิ์สิทธิ์ตามลักษณะ 108 ประการอันเลื่องชื่อ วัดในตำนานสมัยพระเจ้าทรงธรรม แห่งกรุงศรีอยุธยา อุโบสถ และวิหารต่างของวัดนี้จึงเป็นศิลปะแบบกรุงศรีอยุธยา และผสมผสานกับสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น สวยงามมากค่ะ ภายในวัดมีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระพุทธบาท (วิหารหลวง) จัดแสดงสิ่งของมีค่าและอาวุธต่างๆ ตั้งแต่สมัยอยุธยาไว้ ซึ่งล้วนมีคุณค่าควรแก่การได้มาศึกษามากค่ะ นอกจากนี้บรรยากาศโดยรอบของวัดก็ร่มรื่น โอบล้อมด้วยป่าไม้เขียวขจี ทำให้เราได้ทั้งทำบุญ ได้ความเป็นสิริมงคล ได้ชมโบราณสถาน โบราณวัตถุอันน่าตื่นตาตื่นใจท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงาม ภายในวัดยังมีร้านขายของที่ระลึก และร้านค้าร้านอาหาร รวมถึงนวดแผนไทย คุ้มค่ามากๆค่ะ

อุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย

อุทยานแห่งชาติแห่งใหม่ล่าสุดของไทย เป็นสถานที่พักผ่อนเล่นน้ำ ชมธรรมชาติในเขตป่าทับกวางและป่ามวกเหล็ก น้ำตกแห่งนี้จะมีความสูง 7 ชั้น การนับชั้นของน้ำตกของที่นี่ จะแตกต่างจากที่อื่นๆ คือจะนับจากชั้น 1 ลงมาข้างล่าง ซึ่งน้ำตกที่สวยที่สุดจะอยู่ที่ชั้น 4 และสามารถเล่นน้ำทุกชั้น แต่บางจุดที่น้ำลึก ต้องอ่านป้ายเตือนด้วยนะคะ ด้วยบรรยากาศร่มรื่นของป่าไม้ น้ำตกใสๆไหลเย็น เหมาะกับการมาคลายร้อนมากค่ะ กิจกรรมของที่นี่ก็จะมี เล่นน้ำตก ปิกนิก ชมวิว พายคายัค และล่องเรือ โดยที่นี่เค้ามีร้านค้า ร้านอาหาร ไว้บริการ หรือถ้าใครอยากจะตั้งแคมป์ ก็สามารถนำเต้นท์มากางได้เลยนะคะ

น้ำตกมวกเหล็ก

น้ำตกสุดฮิตอีกแห่งของจังหวัดสระบุรี ที่สวนรุกชาติมวกเหล็ก น้ำตกขนาดเล็ก ชั้นเดียว ที่มีลำธารใสสะอาด ซึ่งไหลมาจาก ต้นน้ำในป่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นั่นเอง มีสะพานเชือกที่สามารถเดินข้ามไปมาระหว่างจังหวัดสระบุรี และจังหวัดนครราชสีมาได้เลยค่ะด้วยบรรยากาศที่ร่มรื่น ด้วยพรรณไม้หายากต่างๆ จึงเหมาะกับการพักผ่อน คลายร้อนชิวๆ ด้วยการลงเล่นน้ำ หรือจะนั่งปิกนิก รับประทานอาหารอร่อย พร้อมกับชมน้ำตกใสๆไหลเย็น และวิวธรรมชาติสวยๆก็ฟินสุดๆไปเลย

ป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่

ผืนป่ามรดกโลก เป็นป่าในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เต็มไปด้วยความสวยงามของธรรมชาติ ที่อุดมสมบูรณ์ จึงมีสัตว์ป่าหายาก และใกล้สูญพันธุ์ อยู่อาศัยมากมายค่ะ บรรยากาศที่นี่จึงสดชื่น เย็นสบายตลอดทั้งปี และเต็มไปด้วยโอโซน ให้เราได้หายใจเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าไปได้อย่างเต็มปอด หากใครต้องการที่จะมาท่องเที่ยวที่นี่ ก็สามารถเข้ามาตั้งแคมป์ กางเต้นท์ เที่ยวน้ำตก ส่องสัตว์บนหอดูสัตว์ เดินป่า ตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่หลากหลาย โดยเส้นทางเดินป่าที่นิยม ก็คือเส้นทางเดินป่ากม.33-หนองผักชี เป็นเส้นทางที่ไม่ไกลมากนัก จึงเหมาะกับนักท่องเที่ยวเดินป่า สำหรับมือใหม่ค่ะ และกิจกรรมสุดฮิตและเป็นไฮไลท์ ของที่นี่ก็คือ การส่องสัตว์ยามค่ำคืน ด้วยการนั่งรถของเจ้าหน้าที่ ที่จะพาเราส่องสัตว์ ด้วยไฟฉายไปตามถนน 2 ข้างทาง ซึ่งเราก็จะพบ พวกเก้ง กวาง เม่น ชะมด และนกต่างๆ ที่ออกหากินยาม ค่ำคืน และถ้าโชคดีเราก็อาจจะเจอ ช้างก็ได้ค่ะ ใครที่อยากสัมผัสกับธรรมชาติ และชอบการผจญภัย ต้องมากันที่นี่นะคะ

ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศเจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า

เอาใจสายแคมป์ปิ้ง ที่นี่เป็นลานกางเต้นท์สุดฮิตของจังหวัดสระบุรีค่ะ มีเครื่องอำนวยความสะดวก ในการตั้งแคมป์อย่างครบครัน ไว้คอยบริการค่ะ มีอุปกรณ์ปิ้ง ย่าง ร้านค้าสวัสดิการ และมีบริการห้องพัก หรือใครที่อยากปั่นจักรยานเที่ยวอย่างชิว ที่นี่ก็ยังมีจักรยานให้เช่าอีกด้วย ส่วนการท่องเที่ยวของที่นี่ ก็จะนิยม มานั่งชมพระอาทิตย์ขึ้นและตก ที่จุดชมวิว เดินชมบรรยากาศกันแบบชิวๆ หรือจะเดินป่า ล่าน้ำตกเจ็ดคด ซึ่งอยู่ใกล้ๆศูนย์เพียง 1.2 กม.เท่านั้นค่ะ จากนั้นก็กลับมา ตั้งแคมป์ ทำอาหารดินเนอร์ กันกลางป่า นอนดูดาว ดูกระต่ายน้อย พักผ่อน ร้องเพลงกันที่เต้นท์ ฟินเฟร่อสุดๆเลยล่ะค่ะ

วัดป่าสว่างบุญ

กับความอลังของเจดีย์เคลือบทอง 500 ยอด กลางหุบเขา ที่ไม่มีใครเหมือน โดยจะองค์เจดีย์ประธาน ขนาดองค์ใหญ่อยู่ตรงกลาง มีซุ้มประตูทางขึ้นทั้ง 4 มุม แล้วรายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็กทั้งหมด 9 ชั้นค่ะ ซึ่งเจดีย์แต่ละยอดนี้ ได้บรรจุ พระบรมสารีริกธาตุ ของมีค่า และวัตถุมงคล มาบรรจุไว้ในองค์พระเจดีย์ค่ะ มีความสวยงามประณีต และศักดิ์สิทธิ์มากๆค่ะ นอกจากนี้ที่นี่ก็ยังมีพระพุทธรูป และเทวรูปขนาดใหญ่หลายองค์ ให้เราได้กราบไหว้ ขอพรอีกด้วย ใครที่อยากมาทำบุญ มาปฎิบัติธรรม มาไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และชื่นชม เก็บภาพประทับใจกับความอลังของวัดป่าแห่งนี้ต้องห้ามพลาด

ฟาร์มโคนมไทย- เดนมาร์ก

มาสวมบทบาทเป็นคาวบอย และคาวเกิร์ล เที่ยวชมฟาร์มโคนมไทยกลางหุบเขา พร้อมเรียนรู้ วิถีชีวิตเรียบง่าย ชาวเกษตรฟาร์มโคนม ฟินกับบรรยากาศทุ่งหญ้าเชียวขจี สุดสายตา ที่จะพาเพื่อนหลีกหนีความวุ่นวายของเมืองกรุงกันที่ ฟาร์มโคนมแห่งแรกของไทย ซึ่งกิจกรรมสุดฮิตของที่นี่ ก็คือ การนั่งรถรางเที่ยวชมฟาร์ม ชมสัตว์น่ารักๆ อย่างอูฐและนกกระจอกเทศ เรียนรู้วิถีชาวฟาร์ม รีดนมวัว ให้นมลูกวัว และการผลิตนมของไทย- เดนมาร์กค่ะ นอกจากนี้ที่นี่เค้าก็มีกิจกรรมเสริมอีกมากมาย ให้เราได้เพลิดเพลินได้ทั้งวันเลยล่ะค่ะ เช่น การขับรถ ATV ปั่นจักรยานเสือภูเขา ปั่นจักรยานน้ำ เข้าค่ายพักแรม และเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ใครที่อยากจะสัมผัสบรรยากาศแบบคาวบอย ท่ามกลางทุ่งหญ้า และกลางหุบเขาแบบนี้ ต้องมากันค่ะ

เป็นยังไงบ้างค่ะ กับทริป 8 ที่เที่ยวจังหวัดสระบุรีสุดฮอต ที่คุณจะต้องฟินอย่างแน่นอน หลายคนอาจจะคิดว่า เป็นแค่เมืองทางผ่าน เรารับรองว่าหากเพื่อนๆได้มาสัมผัสกับสถานที่ท่องเที่ยว ของจังหวัดสระบุรีแห่งนี้แล้วล่ะก็ จะต้องฟินกับเสน่ห์ อันน่าดึงดูดใจของที่นี่ และอยากจะกลับมาสัมผัสกับที่นี่อีกครั้ง กับจังหวัดที่จะไม่ใช่แค่ทางผ่านอีกต่อไป สระบุรีค่ะ

10 ที่เที่ยวจังหวัดชุมพร ประตูสู่ภาคใต้ ที่ต้องไปสักครั้ง

จังหวัดชุมพร เมืองแห่งประตูสู่ภาคใต้ หลายคนจึงใช้ชุมพร เป็นแค่เมืองทางผ่าน เพื่อเดินทางสู่จังหวัดอื่นๆ ทางภาคใต้ แต่ความจริงแล้วจังหวัดชุมพร ไม่ได้มีดีแค่เป็นทางผ่าน แต่เป็นจังหวัดหนึ่ง ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงาม มากมายรอให้เราได้ไปสัมผัส และค้นหากันค่ะ วันนี้ Journey of the finch ก็จะขอนำเพื่อนๆมาสัมผัสกับความสุข จากเมืองที่ได้ชื่อว่า เมืองแห่งหาดทรายสวย สี่ร้อยลี้ จังหวัดชุมพร กับ 10 ที่เที่ยวจังหวัดชุมพร ประตูสู่ภาคใต้ ที่ต้องไปสักครั้งกันค่ะ

ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

มาถึงชุมพรแล้ว สถานที่แรกที่เราจะต้องไปกันก็คือ ต้องมาสักการะขอพรเสด็จเตี่ย กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ซึ่งถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของใครหลายคน โดยเฉพาะชาวชุมพรค่ะ ที่นี่เป็นศาลที่ใหญ่ที่สุด อยู่ใกล้กับหาดทรายรี จึงทำให้เราสามารถมองเห็นวิวสวยๆ ของหาดทรายขาว และท้องทะเลอ่าวไทยได้ จึงเหมาะกับการถ่ายภาพ และพักผ่อนเดินเล่นชิวๆ รับลมเย็นๆ ก็ฟินกันไปค่ะ

จุดชมวิวเขามัทรี

ไหว้ขอพรเสด็จเตี่ยกันแล้ว ก็ต้องแวะมาชมวิวแบบพาโนรามากันที่นี่ค่ะ ที่นี่เราจะได้เห็นวิวสวยๆ ของปากน้ำชุมพร และเกาะแก่งต่างๆ ตัดกับสีฟ้าครามของทะเลชุมพรบริเวณหน้าหาด  ไกลสุดลูกหูลูกตา พร้อมกับการชมแสงแรก ของพระอาทิตย์ขึ้น หรือจะชมแสงสุดท้ายของพระอาทิตย์ตก ก็ได้ที่จุดเดียวกันค่ะ ก่อนกลับอย่าลืมไปไหว้ขอพรเจ้าแม่กวนอิม เพื่อความเป็นสิริมงคล ตบท้ายด้วยการนั่งจิบกาแฟหอมๆ พร้อมซื้อรังนก ของดีของเมืองชุมพร เป็นของฝากกลับไปให้คนที่คุณรัก กันด้วยนะคะ

อุทยานแห่งชาติ หมู่เกาะทะเลชุมพร

เอาใจคนรักทะเล ด้วยการเที่ยวเกาะ เที่ยวทะเลคลายร้อนกันค่ะ ที่นี่มีเกาะน้อยใหญ่ถึง 40 เกาะ แต่ที่เป็นไฮไลท์ก็คือ เกาะง่ามใหญ่ เกาะง่ามน้อย เกาะละวะ เกาะทองหลาง เกาะไข่และเกาะมาตราค่ะ ซึ่งแต่ละเกาะ จะเป็นจุดดำน้ำที่สำคัญ ที่เราสามารถดำน้ำ ไปชมโลกใต้น้ำ ที่สวยมากๆ ค่ะ นอกจากนี้ยังมีธรรมชาติ มีป่าชายเลนที่สมบูรณ์มากๆ อีกด้วย ซึ่งการเที่ยวที่อุทยานแห่งนี้ เราสามารถเดินป่า หรือล่องเรือศึกษาเส้นทางธรรมชาติ เล่นน้ำ ดำน้ำ แล้วชมพระอาทิตย์ ชมวิวสวยๆ บนเขาโพงพาง ต่อด้วยการตั้งแคมป์ กางเต้นท์นอน หรือจะพักที่บ้านพักริมทะเล ที่อุทยานจัดไว้บริการ ขอบอกค่ะ ว่าทริปนี้คุ้มค่าเกินราคา จริงๆ

หาดทุ่งวัวแล่น

หาดทรายสวยในตำนาน หาดทรายที่นี่ขาวเนียนละเอียด ทอดยาวจนสุดสายตา สมกับฉายาหาดทรายสวยสี้ร้อยลี้ ตัดกับน้ำทะเลใสๆ ด้วยบรรยากาศ ที่รักษาความเป็นธรรมชาติ ปราศจากเครื่องเล่น กีฬาทางน้ำทุกประเภท และไม่มีเตียงผ้าใบ ที่นี่จึงสงบ อากาศสดชื่น เย็นสบาย จึงเหมาะกับการพักผ่อนสุดๆ จะเล่นน้ำ ดำน้ำ ดูปะการังน้ำตื้น ชมสาหร่ายและดอกไม้ทะเล สีสันสวยงาม จะเดินเล่น หรือจะปั่นจักรยาน พร้อมอิ่มอร่อย กับร้านอาหารทะเลเลิศรส และพักรีสร์อทสุดหรู ที่จะทำให้วันหยุดของเรานี้ เป็นวันหยุดที่แสนพิเศษ สุดประทับใจ ที่คนรักทะเล ต้องไม่พลาดค่ะ

เกาะลังกาจิว

เกาะแห่งรังนก กลางทะเลชุมพร เกาะนี้ เป็นเกาะที่มีความสำคัญ ต่อประวัติศาสตร์ไทยมากๆเลยล่ะค่ะ เพราะเป็นเกาะที่มีการค้นพบ พระปรมาภิไธยย่อ จปร. ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่ รัชกาลที่ 5 บนผนังหินปากถ้ำ ซึ่งพระองค์ ได้ทรงเคยเสด็จประพาส ทอดพระเนตร การเก็บรังนกบนเกาะนี้ ถึง 3 ครั้งด้วยกันค่ะ เกาะนี้เป็นเกาะสัมปทานรังนก เพราะมีนกนางแอ่นมาทำรังเป็นจำนวนมาก เป็นเกาะที่โอบล้อมไปด้วยหาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลสีมรกต และแนวปะการังที่สมบูรณ์ พร้อมกับปลาทะเลหายาก ให้เราได้ชมความงามใต้ท้องทะเล กันอย่างจุใจ

เขาเจ้าเมือง

จุดชมวิวอีกจุด ของเมืองชุมพร ที่นี่เป็นศูนย์ศึกษาธรรมชาติทางทะเลจังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นที่ตั้งของเขาเจ้าเมือง เราสามารถชมวิวสวยๆของทะเลชุมพร และเกาะต่างๆ จากมุมสูงได้ถึง 360 องศาเลยค่ะ นอกจากนี้บนยอดเขาก็มี พระพุทธรูปยืนองค์ใหญ่ หรือพระพุทธธาตุเจดีย์ศรีชุมพร ประดิษฐานให้เรา ได้กราบไหว้ ขอพรกันค่ะ และยังมีนิทรรศการอุทยานแห่งชาติทางทะเล สวนพฤกษศาสตร์ และเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ให้เราได้ศึกษา ได้ท่องเที่ยวกันทุกๆ วัน แบบไม่เว้นวันหยุดราชการเลยล่ะค่ะ

พระธาตุสวี

นมัสการพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ หนึ่งในจตุธรรมธาตุ ที่คู่เมืองชุมพร มาช้านาน ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา มีอายุกว่า 700 ปี ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งเป็นศิลปะแบบลังกา ที่นี่นอกจากเราจะได้นมัสการ พระธาตุแล้ว บริเวณด้านหน้าองค์พระธาตุ ติดกับแม่น้ำสวี ก็จะมี ศาลพระเสื้อเมือง ตามความเชื่อนั้น ถูกสร้างขึ้นเพื่อ ให้มีหน้าที่ดูแลองค์พระธาตุ ส่วนภายในโบสถ์ก็จะพระพุทธรูปโบราณ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางที่หาชมได้ยาก มากๆ ค่ะ ส่วนด้านนอกก็จะมีพระสุพรรณรังศรี พระพุทธรูปหินทรายสีขาว ตั้งตระหง่าน ให้เรากราบไหว้ ขอพรกันค่ะ ใครที่มาที่นี่ รับรองว่าจะต้องเป็นมงคลชีวิต อย่างแน่นอน

บ่อน้ำพุร้อนถ้ำเขาพลู

มาพักผ่อน แบบเพื่อสุขภาพกันค่ะ แหล่งน้ำแร่ร้อน แห่งเดียวของชุมพร ที่บรรยากาศเป็นป่าชุมชนธรรมชาติ ร่มรื่น เหมาะกับการพักผ่อนมากๆค่ะ บ่อน้ำพุร้อนที่นี่ จะเป็นบ่อน้ำผุดจากดิน ซึ่งมีทั้งหมด 3 บ่อ คือ  บ่อน้ำร้อนเอื้ออารีย์ธารทิพย์ บ่อน้ำร้อนอมฤตธารา และบ่อน้ำร้อนพฤกษาชลธารค่ะ โดยบ่อที่ไว้บริการนักท่องเที่ยว ก็จะมีทั้ง บ่อน้ำแร่ที่ใช้อาบรวม และบ่อที่เป็นห้องอาบน้ำส่วนตัวค่ะ มีสปา นวดตัว ไว้คอยบริการในราคากันเอง ส่วนใครที่ชอบการผจญภัย ก็สามารถเดินขึ้นไปชมถ้ำเขาพลู ซึ่งเป็นถ้ำหินงอกหินย้อย ที่มีความสวยงาม และยังน่าค้นหาอีกด้วย

เขาดินสอ

สถานที่ชมเหยี่ยว และจุดชมวิว ซึ่งเป็นอันซีนของเมืองชุมพรเค้าล่ะค่ะ ที่นี่เราสามารถชมเหยี่ยวอพยพกว่าหมื่นตัว ได้ถึง 26 ชนิดเลยล่ะค่ะ และยังสามารถดูนกต่างๆ อีกมากมาย โดยจะมีเทศกาลดูเหยี่ยวอพยพเขาดินสอ ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในช่วงเดือนตุลาคมค่ะ นอกจากนี้ที่นี่ก็ยังเป็นจุดชมวิว ชมทะเลหมอก ที่เราสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของ ทะเลอ่าวไทย และเทือกเขาตะนาวศรี เทือกเขาสูงฝั่งประเทศพม่า ได้อย่างกว้างไกลและเป็นภาพที่สวยงาม น่าประทับใจมากๆ

ถ้ำเขาเกรียบ

ปิดท้ายทริป เอาใจขาลุย ด้วยการเที่ยวสำรวจถ้ำกันค่ะ ซึ่งใครที่ต้องการจะมา ก็ต้องเดินขึ้นบันได ไปจนถึงปากถ้ำ เป็นจำนวน 370 ขั้นค่ะ ที่นี่เป็นถ้ำหินงอก หินย้อย โดยบริเวณเชิงเขานั้น จะเป็นที่ตั้งของสำนักสงฆ์ และเมื่อเราเดินขึ้นไปจนถึง ปากถ้ำแล้ว ก็จะพบกับ พระพุทธรูปองค์ขาว ประดิษฐานอยู่หน้าถ้ำ ให้เราได้กราบไหว้ขอพร และเมื่อเข้าไปภายในถ้ำ ก็จะเจอ หินประกายเพชร แวววาว สะท้อนกับแสงไฟภายในถ้ำ สวยงามตระการตา มากค่ะ ส่วนภายนอกนั้นก็จะมี วิวสวยๆ ให้เราได้เดินชิวๆ ชม ความสวยงามของธรรมชาติด้วยค่ะ แถมยังมีศาลเจ้าแม่กวนอิม และศาลปู่เจ้า สมิงพลาย ให้เราได้เคารพสักการะด้วยค่ะ

เห็นไหมค่ะเพื่อนๆ ว่า จังหวัดชุมพรนี้ ถึงจะได้ชื่อว่า เมืองแห่งประตูสู่ภาคใต้ ที่หลายคนได้แค่ผ่าน กลับมีสถานที่ท่องเที่ยว ที่สวยงาม หลากหลาย และน่าไปสัมผัส มากๆ ใครที่สนใจทริปนี้ วันหยุดนี้เพื่อนๆ ก็เตรียมแพ็คกระเป๋า แล้วออกเดินทางกันได้เลยค่ะ